[PSE] Chapter 01. The Secret Oath

posted on 24 Jun 2013 23:49 by fourseasons
เอนทรี่ย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
 
 
 

Chapter 01 : The Secret Oath

 

หากจะบอกว่าสิ่งที่ฉันเชื่อมาตลอดนั้นมันผิด

...สู้ปิดหูปิดตา อย่าให้ฉันรู้อะไรเลยยังดีเสียกว่า...

 

ฟินเลย์ ฟินน์ได้แต่นั่งนิ่ง

                เธอนั่งอยู่ภายในห้องพัก ห้องหนึ่งจากจำนวนหลายห้องอันเป็นที่อยู่ของเหล่าเทวทูตแห่งหน่วยพิพากษา ห้องพักนั้นขาวสะอาดและว่างเปล่า ตกแต่งด้วยของน้อยชิ้นเพียงเท่าที่จำเป็นต่อการอยู่อาศัย และความว่างเปล่าในห้องนั้นเองที่ยิ่งช่วยสะท้อนสิ่งที่เธอเพิ่งได้ยินให้ดังก้อง

                แจ่มชัดอยู่ในใจแม้เทปเจ้าปัญหาในมือจะหยุดเล่นไปนานแล้ว

 

พระเจ้าคือผู้ฆ่าออร์คัส

 

                ข่าวด่วนที่เธอเพิ่งได้ยินมาไม่นานนี้ระหว่างกำลังปฏิบัติงาน คือ ข่าวการตายปริศนาของออร์คัส ผู้เฝ้าประตูนรก รู้เพียงว่าเป็นการถูกสังหารที่เย้ยหยันเหล่าปีศาจอย่างที่สุด โดยไม่มีผู้ใดทราบว่า – ใคร – คือผู้ลงมือ

                แล้วนี่... นี่มันอะไรกัน เทปประหลาดจากซองเอกสารปริศนาเพิ่งบอกเธอว่า พระเจ้าแห่งเอลีเซี่ยน คือผู้กระทำการอุกฉกรรจ์ที่แดนปีศาจอย่างนั้นหรือ เรื่องแบบนี้จะให้เธอเชื่อง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน

                ใจของฟินเลย์ปฏิเสธสิ่งที่เพิ่งได้ยินสุดกำลัง ทว่า น้ำเสียงทรมานในเทปนั้นดังย้ำอยู่ในใจ สำหรับเธอที่ทำงานพิพากษาและตัดสินโทษแล้ว... ฟินเลย์รู้ – ผู้ส่งสารไม่ได้ล้อเล่นอย่างแน่นอน

                เทวทูตสาวเผลอตัวปล่อยเทปในมือร่วงหล่น ก่อให้เกิดเสียงดังขึ้นภายในห้องที่เงียบสงัด

 

แต่จะเป็นไปได้อย่างไร

พระเจ้าผู้สร้างน่ะหรือ – คือผู้ทำลายชีวิต...?

 

                ห้วงคิดของเธอวุ่นวายและสับสนไปหมด

                คล้ายกับว่าเสาหลักความคิด – ความเชื่อ – ที่ยึดมั่นมาตลอดกำลังพังทลายลง

                ฟินเลย์สูดลมหายใจเข้าลึก ก้มลงหยิบเอาเทปที่พื้นกลับขึ้นมาวางบนโต๊ะตัวเล็กตรงหน้า จากนั้นดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทอดสายตามองผ่านกระจกใส ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ เธอจึงตัดสินใจหันหลังให้กับทิวทิศน์นั้น พร้อมคว้าเอาเสื้อคลุมสีขาวพิสุทธิ์ติดมือ

                ลมหายใจอุ่นลอดผ่านริมฝีปากอิ่ม

                ราวกับต้องการจะระบายความหนักอึ้งในใจออกไป

                “...ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์เสียหน่อยคงจะดี”

 

อากาศนอกห้องนั้นดีกว่าความอุดอู้ในอาคารเป็นหลายเท่าตัว

                แต่ความวุ่นวายใจจากสิ่งที่ได้รับรู้โดยไม่ต้องการนั้นยังคงอยู่เท่าเดิม ไม่ได้เจือจางลงเลยแม้แต่น้อย ฟินเลย์ได้แต่พาตัวเองเดินไปตามทางด้วยความเคยชิน เธอแทบไม่รับรู้เลยว่าตนเองกำลังเดินอยู่ที่ไหน ยิ่งไม่ต้องถามถึงเป้าหมายที่ต้องการจะไป เพราะในห้วงคิดของเธอยามนี้มีเพียงแต่เรื่องการตายของออร์คัสเท่านั้น

                ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

                แต่จะให้เป็นตัวของตัวเองอยู่ได้อย่างไร... เมื่อความเชื่อที่เคยมีนั้นกำลังสั่นคลอน

                เคยเชื่อ – ว่าพระเจ้าผู้สร้างนั้น คือผู้สร้างอย่างแท้จริง

                และไม่เคยคิด – ว่าท่าน... จะเป็นผู้ทำลาย

                โดยเฉพาะอย่างยิ่ง – ถึงขั้นอาจหาญก้าวข้ามแดน ไปทำลายชีวิตในเขตแดนอันมืดมิด ราวกับต้องการจะทิ้งสาส์นบางอย่างถึงผู้ที่อยู่ที่นั่น

 

...ลูซิเฟอร์?...

หรือเรื่องนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับจ้าวแห่งอบิสกัน

 

                เธอมัวแต่ครุ่นคิด... จนไม่ได้รู้สึกเลยว่า ทางเบื้องหน้านั้นมีคน และเธอกำลังจะก้าวไปชนกับคนผู้นั้นเข้าอยู่แล้ว

                หากไม่ใช่เพราะเธอเกิดนึกอยากสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอด จึงแหงนหน้าขึ้นหมายมองฟ้าคราม เธอคงไม่ทันสังเกตเห็นอัครเทวทูตราฟาเอลที่อยู่เบื้องหน้าเป็นแน่แท้

                เมื่อนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสบเข้ากับนัยน์ตาสีมรกตใต้กรอบแว่น ฟินเลย์ก็ถึงกับชะงัก – ชะงักด้วยความตกใจ และความกังวลต่อสิ่งที่ตนรับรู้ – แม้เป็นการกระทำเพียงเล็กน้อย แต่ก็นับว่าเป็นอากัปกิริยาที่แปลกสำหรับเทวทูตสาวผู้เคร่งขรึมแห่งหน่วยพิพากษา

                และนั่นยอมไม่อาจรอดพ้นสายตาของราฟาเอลไปได้

                ฟินเลย์ไม่อาจหนีไปไหนได้พ้นเมื่อเจอกับสายตาคาดคั้นของราฟาเอล “ไม่มี... อะไรค่ะ ไม่มีอะไรทั้งนั้น ท่านราฟาเอล” ยืนกรานที่จะไม่พูด แต่ก็ไม่สามารถหลุดรอดเงื้อมมืออีกฝ่ายไปได้เลย

                ถึงจะพยายามปฏิเสธเท่าไร สุดท้าย... เธอก็จำต้องเล่าจนได้

                ราฟาเอลมีท่าทีหัวเสียขึ้นมาในทันทีที่เธอเล่าจบ ถ้อยคำต่อว่าพรั่งพรูออกมาจากหัวหน้าหน่วยการแพทย์ ฟินเลย์ได้แต่ก้มหน้ารับฟังอย่างไม่สามารถจะแก้ตัวใดๆ – เพราะ... ใช่ – เธอมันสู่รู้ เรื่องที่ไม่สมควรรู้ ก็ดันไปรู้เข้าจนได้

                “...แบบนี้ ความลับที่มีคนรู้มากกว่าสองคน – มันก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไปน่ะสิ...”

                ฟินเลย์เงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินข้อความนั้น ดวงแก้วสีน้ำตาลเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อหูตนเอง

                นี่หมายความว่า สิ่งที่เธอได้ยิน... คือเรื่องจริง – ใช่ไหม

                ก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไรอีก ราฟาเอลก็จับตัวเธอไปเสียแล้ว

 

ในฐานะ... ผู้ต้องสงสัยข้อหากบฎ


 

กบฎ

            คำสั้นๆ ที่แสนเสียดแทงในจิตใจ

                ฟินเลย์ ฟินน์ เทวทูตแห่งหน่วยพิพากษา ผู้ยึดถือความยุติธรรม ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า วันหนึ่งในชีวิตความเป็นเทวทูตที่เอลิเซี่ยนแห่งนี้ของเธอ จะต้องถูกตั้งข้อหากบฎ โดนควบคุมตัว – และรอโทษประหาร

                ใช่! เธอต้องโทษประหาร ถูกควบคุมด้วยปลอกคอพันธะสัจจะ น้ำหนักของโลหะเย็นเยียบที่กดทับบนลำคอนั้นไม่ต่างอะไรกับโทษประหารทั้งเป็นสำหรับเธอ

                หากไม่ใช่เพราะราฟาเอลยังพอจะมี... ความเมตตา อยู่บ้าง เธอก็คงทำได้เพียงเฝ้ารอโทษประหารโดยไม่อาจแก้ตัวใดๆ

                ความเมตตา ที่ว่า คือซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะตัวเดิมในห้องพักห้องเดิม ภายในบรรจุกระดาษข้อมูลสองแผ่นซึ่งบัดนี้อยู่ในมือของเธอเป็นที่เรียบร้อย

 

ฉันจะคุมพวกแกในฐานะนักโทษประหารไว้ก่อน

แต่! ฉันมีข้อแลกเปลี่ยนเพื่อช่วยพวกแก ก้มหัวรับน้ำใจของท่านราฟาเอลผู้ใจกว้างซะด้วยนะ

ถ้าแกหาตัวคนส่งเทปบันทึกนี่มาได้ ฉันจะช่วยละโทษประหารให้พวกแกแล้วกัน...

 

                ถ้อยความของราฟาเอลยังคงดังก้องซ้ำไปมาอยู่ในหัว

                ความเมตตา คือการตามล่าหาตัวเจ้าของเทปบันทึก เพื่อแลกกับการพ้นโทษของตนเอง – ซึ่งฟินเลย์รู้ดีว่า ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร... หากเขาถูกตามตัวจนพบ คงไม่ได้มีจุดจบที่ดีแน่

                เธอพลิกหน้ากระดาษดูอีกสองสามครั้ง ก่อนจะวางมันลงเหนือซองสีน้ำตาล

                เธอยังทำใจเชื่อไม่ได้... เชื่อไม่ลงว่าสิ่งที่เธอเคยเชื่อมาตลอดนั้นไม่ใช่ความจริง

                ดังนั้น การตัดสินใจรับข้อเสนอของราฟาเอลจึงไม่ใช่การตัดสินใจเพียงเพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด แต่เป็นการตัดสินใจด้วยความปรารถนาจากก้นบึ้งหัวใจของเธอเอง

 

เธอเพียงแต่อยากรู้

ว่าสิ่งที่เธอเชื่อมาตลอดนั้น...ถูกต้อง

 

                เทวทูตสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้

                คว้าเอาเสื้อคลุมตัวเดิมมาสวม

                ก่อนจะเดินออกจากห้อง โดยที่คราวนี้... เธอมีเป้าหมายชัดเจน

                “...ฉันมีเรื่องที่อยากถามมากมายเหลือเกิน... เจ้าคนส่งเทป”

 

และเธอเพียงต้องการยืนหยัดเพื่อแสดงความเชื่ออันบริสุทธิ์เท่านั้น

 


 

 

 


Comment

Comment:

Tweet

ยินดีด้วยค่ะ
ตัวละครของคุณผ่านเนื้อเรื่องหลักบทที่ 1 (The Secret Oath) แล้วค่ะ

#1 By PSE†Apocalypse on 2013-06-25 20:50