[APH Fiction] A Kiss under Mistletoe

posted on 25 Dec 2010 22:58 by fourseasons in Fic
*เอนทรี่ย์นี้มีความเกี่ยวข้องกับเฮตาเลีย อนึ่ง เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่ เขียนโดยมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับองค์กรและประเทศต่างๆ เนื้อหาในนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงบนโลกนี้แต่อย่างใด กรุณาอ่านโดยใช้วิจารณญาณฮะ
*เอนทรี่ย์นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ BL (Boy's Love) ซึ่งเป็นเพียงจินตนาการของเจ้าของบล๊อคเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักของเฮตาเลียแต่อย่างใด
 
 
 
 

A Kiss under Mistletoe
aph. denmark*norway. pg-13. romance.

 

 

วันนี้เป็นวันคริสต์มาส 

                อีกหนึ่งเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกบ้านล้วนแล้วแต่จัดฉลองเนื่องในวันประสูติของพระเยซูคริสต์ ส่งผลให้สองข้างถนนเต็มไปด้วยเครื่องประดับสีสันสดใสตกแต่งตามอาคารบ้านเรือนและร้านรวงทั่วไป มีต้นคริสต์มาสใหญ่อยู่กลางจัตุรัส ตกแต่งด้วยของเล่นและของตกแต่งสารพัดสารพัน และตบท้ายด้วยรอยยิ้มแจ่มใสของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ได้หยุดงานมาใช้เวลาร่วมกัน

                หนึ่งในรอยยิ้มนั้น เป็นรอยยิ้มที่มาจากใบหน้าคมเข้มที่กำลังฉีกยิ้มบานเป็นกระด้งอยู่กลางทางเดินเท้านั่นเอง

                เดนมาร์กในเสื้อโค้ทสีตุ่นตัวยาวแบกข้าวของพะรุงพะรังเต็มสองแขน ทั้งถุงกระดาษใบใหญ่ที่บรรจุอาหารสำหรับฉลองในคืนศักดิ์สิทธิ์ และอีกถุงที่บรรจุของเล่นและของประดับบ้านให้เข้ากับช่วงเทศกาล ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังคงรอยยิ้มเอาไว้ได้อย่างไม่ยี่หระ

                เพราะเพียงแค่เขามองเห็นแผ่นหลังบางของคนที่เดินตัวปลิวนำอยู่เบื้องหน้า ความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดทั้งปวงก็พลันมลายหายไปในทันที

                เดนมาร์กได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขณะมองนอร์เวย์เช็ครายการสินค้าที่จะซื้อเข้าบ้าน วันนี้อีกฝ่ายสวมเสื้อโค้ทสีขาว และซุกเสี้ยวหน้าอยู่ใต้ผ้าพันคอสีครีมผืนใหญ่ กลีบปากบางพึมพำอะไรบางอย่างกับตนเองพร้อมปล่อยเอาควันขาวออกมาตามจังหวะการหายใจ พวงแก้มใสขึ้นสีระเรื่อชวนให้เอื้อมมือไปหยอกเย้าอย่างยิ่ง

                อยากกอดจังเลยน้า... 

                “เดนมาร์ก”

                “จ จ๋า!?”

                เขารับคำเสียงหลง ไล่ความคิดที่ถ้าพูดออกไปคงไม่แคล้วโดนนอร์เวย์เหยียบเท้าแรงๆ ด้วยความเร็วแสง เดนมาร์กพยายามฉีกยิ้มกว้างทั้งที่เหงื่อเย็นเริ่มไหลออกมาตามร่องนิ้วมือ ฝ่ายนอร์เวย์ก็หรี่ตามองด้วยท่าทางรู้ทัน แต่ก็ไม่เอามาเป็นประเด็น กลับเบือนสายตาหนีเดนมาร์กแล้วพูดในสิ่งที่ตนตั้งใจแต่แรกต่อไป

                “ฉันเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้ซื้อของขวัญให้นายเลย... อยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม”

                คำพูดเรียบๆ แต่กลับทำให้หัวใจคนฟังเต้นแรง นอร์เวย์คนนั้นจะซื้อของขวัญให้เขา นี่เดนมาร์กไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมครับ พระเจ้า!

                เดนมาร์กฉวยโอกาสนี้ขยับเข้าไปใกล้อีกคน ฉกฉวยกลิ่นหอมจางๆ ให้เต็มปอด “ไม่ต้องซื้อของขวัญอะไรหรอก” เมื่อเห็นว่านอร์เวย์ไม่ขยับหนี เขาก็ยิ่งได้ใจ แนบศีรษะลงกับกลุ่มผมสีอ่อนเบาๆ “ขอแค่นายยอมให้ฉันนอนเตียงเดียวกันก็... ว้าก! อย่าทำแบบนั้นสิ นอร์เวย์ เดี๋ยวของก็หล่นหมดหรอก!”

                นอร์เวย์ตวัดสายตาเย็นชาส่งให้เขา ขยับเท้าที่ใกล้จะขยี้ลงไปบนเท้าเดนมาร์กเต็มแรงกลับเข้ามาใกล้ตัว คนตัวเล็กกว่าก้าวเท้าฉับๆ ทิ้งช่วงห่างจากเดนมาร์กอีกครั้ง ปล่อยให้พี่ใหญ่แห่งสแกนดิเนเวียต้องลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกอยู่คนเดียว

                 คริสต์มาสปีนี้ เดนมาร์กมีโอกาสได้ปลีกตัวออกจากแดนของตัวเองมาใช้เวลาช่วงเทศกาลร่วมกับนอร์เวย์ คิดดูแล้วก็นานอยู่เหมือนกันที่เขาไม่ได้ฉลองเทศกาลนี้ร่วมกัน ที่สำคัญ ปีนี้พวกเขายังได้ฉลองกันเพียงสองคนเท่านั้น! ส่วนสมาชิกชาวนอร์ดิกคนอื่นๆ นั้นต่างก็ยุ่งอยู่กับภารกิจที่บ้านของตัวเองจึงไม่สามารถมาฉลองด้วยกันได้เหมือนเคย

                ถึงจะรู้สึกผิดต่อคนอื่นนิดหน่อย แต่เดนมาร์กก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่าเขาดีใจเหมือนกันที่มีโอกาสแบบนี้

                ...แต่ไอ้การที่ได้อยู่กันตามลำพังนี่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะได้มีเวลาโรแมนติกหรืออะไรทำนองนั้นหรอกนะ ใครๆ ต่างก็รู้ว่านอร์เวย์นั้นนิ่งสงบและชอบหยอกเดนมาร์กมากแค่ไหน ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่ของคนทั้งคู่จึงมักจะเป็นไปตามเกมของนอร์เวย์เสียมากกว่า

                แถมเดนมาร์กเองก็ไม่เคยขัดนอร์เวย์ได้เลยสักครั้งเสียด้วยสิ

                ...แต่จริงๆ มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกนะ 

                หนุ่มผมบลอนด์ระบายยิ้มบางกับตัวเอง ดูเหมือนว่านอร์เวย์จะไม่สนเรื่องของขวัญให้เขาเสียแล้ว แต่อันที่จริงเดนมาร์กก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้ใช้เวลาร่วมกับอีกคนจริงๆ

                จังหวะนั้นเองที่สายตาของเขาสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่แขวนอยู่หน้าประตูของบ้านหลังหนึ่งตรงริมถนน

                สมองของเดนมาร์กประมวลผลรวดเร็ว ก่อนจะขยับสองเท้าตามไปประชิดนอร์เวย์

                “นี่ๆ นอร์เวย์ ฉันรู้แล้วล่ะว่าฉันอยากได้อะไรเป็นของขวัญ”

                “...”

                “อย่าเพิ่งโกรธกันสิ”

                “...”

                “ฟังกันหน่อยน่า น้า~”

                “...ว่ามา”

                “ฉันอยากจูบนายใต้ต้นมิสเซิลโทอะ ได้มั้ย... ว้าก เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ!”

                ที่มาของเสียงร้องนั้นคือรองเท้าบูทปลายแหลมที่ทั้งเหยียบทั้งขยี้เท้าของร่างสูงเต็มแรง เรียกเสียงโวยวายดังลั่นจนคนทั้งถนนหันมามองด้วยสายตาตำหนิกันเป็นสายตาเดียว จนกระทั่งนอร์เวย์พอใจและชักเท้ากลับเข้าหาตัวเองนั่นแหละ เสียงร้องลั่นจึงเปลี่ยนไปเป็นเสียงโอดครวญระคนเสียงสะอื้นแทน

                “...ถ้านายยอมกินลูกเบอรี่ของมิสเซิลโทให้หมด ฉันอาจจะยอมก็ได้นะ”

                พ่อหนุ่มติดกิ๊บว่าเช่นนั้นแล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้เดนมาร์กยืนอึ้งอยู่เพียงลำพัง

                เดี๋ยวนะ... ลูกเบอร์รี่ของมิสเซิลโทมันมีพิษไม่ใช่หรือไง!?

                “ฮ เฮ้! นอร์เวย์! ขืนฉันกินหมด ฉันก็ได้ม่องก่อนน่ะซี่! นอร์เวย์ ---- !”

 

 

พวกเขากลับถึงบ้านของนอร์เวย์ในเวลาหนึ่งชั่วโมงให้หลัง 

                และกว่าจะกลับถึง เวลาก็ล่วงเลยจนใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว นอร์เวย์จึงพาตัวเองเข้าครัวไปตระเตรียมมื้อเย็น ขณะที่เดนมาร์กนั้นรับหน้าที่ตกแต่งต้นคริสต์มาสและห้องนั่งเล่นด้วยอุปกรณ์ที่พวกเขาไปช่วยกันเลือกมาระหว่างเดินซื้อของทั่วเมือง แต่งไปก็ฮัมเพลงไปตามประสา จนกระทั่งหยิบเจอช่อมิสเซิลโทเท่านั้นแหละ เสียงเพลงก็ขาดช่วงไปในบัดดล

                นอร์เวย์ไม่พูดถึงเรื่องของขวัญของเดนมาร์กอีกเลย ดูท่าว่าช่วงโปรโมชั่นใจดีวันคริสต์มาสของนอร์เวย์จะสุดสั้นและหดหายไปในวินาทีที่เดนมาร์กเอ่ยปากขอนอนร่วมเตียงกับอีกฝ่ายนั่นแหละ และยิ่งโดนทำเหมือนไม่มีตัวตนเข้าไปใหญ่เมื่อเขาขออนุญาตจูบนอร์เวย์ใต้มิสเซิลโท

                “จริงๆ ก็จูบกันมาตั้งหลายครั้งแล้ว กับแค่จูบใต้มิสเซิลโทแค่นี้ทำไมจะให้ไม่ได้กันเนี่ย” เดนมาร์กงึมงำก่อนจะติดต้นไม้เจ้าปัญหาเข้ากับต้นคริสต์มาส แล้วเคลื่อนไปจัดการกับของตกแต่งชิ้นอื่นต่อไป

                หลังจากจัดการตกแต่งบ้านเสร็จ เขาก็ตามเข้าไปช่วยนอร์เวย์ในครัว ถึงพ่อครัวจำเป็นจะไม่ได้สั่งหรือขออะไรเขาสักอย่าง แต่เดนมาร์กก็ช่วยนอร์เวย์ทำทุกอย่างเท่าที่เขาจะทำได้ ตั้งแต่หยิบอุปกรณ์ยันช่วยขนอาหารออกไปวางไว้บนโต๊ะ พร้อมจัดจานชามเรียบร้อย ใช้เวลาไม่นานนักทั้งคู่ก็ได้ประจำอยู่ที่โต๊ะและทานมื้อเย็นร่วมกัน โดยที่เดนมาร์กมักเป็นคนเริ่มบทสนทนามากกว่า

                หลังจากที่มื้อเย็นเสร็จลง พวกเขาก็นั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน นอร์เวย์ดูจะให้ความสนใจกับข่าวสารบ้านเมืองเป็นพิเศษ ขณะที่ฝ่ายเดนมาร์ก ถึงจะพยายามไม่คิดถึงเรื่องมิสเซิลโทแล้ว แต่ก็อดที่จะเหลือบไปมองเจ้าช่อสีเขียวเป็นระยะไม่ได้อยู่ดี

                อันที่จริงแล้ว ตามตำนานของประเทศในแถบนี้ มิสเซิลโทนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุข และการมอบจุมพิตแก่กันใต้เจ้าต้นไม้นี้ก็เป็นสัญญาณของการสงบศึกและเชื่อมสัมพันธภาพ มากเสียกว่าที่จะเป็นไปในทางโรแมนติกเหมือนอย่างที่ทางประเทศอังกฤษกล่าวขานกัน แต่เดนมาร์กที่ได้รับฟังเรื่องเล่ามาจากอังกฤษก็เห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องไร้สาระอะไร คนที่ประเทศของเขาก็ออกจะนิยมชมชอบกันเสียด้วยซ้ำ

                ...ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าเขาเองก็อยากจะลองมีประสบการณ์แบบนั้นเหมือนกัน

                แต่ติดปัญหาที่นอร์เวย์ดันไม่ยอมจูบกับเขานี่สิ... 

                เดนมาร์กเหลือบมองคนข้างตัว นัยน์ตาสีเข้มสลับไปมาระหว่างมิสเซิลโทกับนอร์เวย์อยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจลองแย้บดูอีกสักครั้ง...

                “นี่ นอร์เวย์”

                “...อะไร”

                “จูบใต้ต้นมิสเซิลโทก็โรแมนติกดีออกน้า”

                “...”

                “ฉันเองก็อยากลองได้จูบวันคริสต์มาสใต้ต้นมิสเซิลโทจังเลย”

                “...”

                “ขนาดเจ้าอังกฤษยังมีประสบการณ์แบบนี้เลยนะ ทำไมฉันถึงจะมีบ้างไม่ได้ล่ะ”

                “...”

                “แค่จูบเบาๆ ก็ยังดีน่าา”

                “...บ้าหรือเปล่า”

                “หือ” เดนมาร์กเบิกตากว้าง

                ร่างบางข้างๆ ดันตัวลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีด้านทอดมองเดนมาร์กได้ไร้ความรู้สึกเป็นที่สุด “จูบใต้ต้นกาฝาก... ไม่เห็นจะโรแมนติกตรงไหนเลย”

                เดนมาร์กได้แต่นั่งตะลึงกับคำพูดนั้น ...ก็จริงของนอร์เวย์แฮะ!?

                “อ้อ แล้วก็ นอนตรงโซฟาไปนั่นแหละ ไม่ต้องตามฉันขึ้นมาบนห้องเลยนะ” ทิ้งประกาษิตสุดท้ายไว้ แล้วเจ้าบ้านก็พาตัวเองขึ้นห้องโดยไม่สนใจเดนมาร์กอีกต่อไป

                เสียงปิดประตูห้องตามมา ทั้งห้องนั่งเล่นคงเหลือเพียงเสียงโทรทัศน์ที่ยังคงถูกเปิดทิ้งไว้ หากแต่เสียงเหล่านั้นก็ไม่ได้เข้าหูของเดนมาร์กเลยสักนิด เพราะในหัวของเขามีแต่คำพูดของนอร์เวย์เมื่อครู่นี้ดังก้องอยู่เต็มไปหมด

                ทว่า ไม่ใช่เรื่องของการชวดจูบที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขาหรอก...

                “นอร์เวย์... อย่างน้อยขอผ้าห่มสักผืนก็ยังดีนะ...”

 

 

ไฟทั้งบ้านดับสนิท 

                นอร์เวย์จงใจเดินฝ่าความมืดลงมายังห้องนั่งเล่นอย่างเงียบเชียบ พยายามเคลื่อนไหวให้เกิดเสียงน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้เดนมาร์กรู้สึกตัวตื่น ร่างเพรียวกระชับเสื้อคลุมเบาๆ พลางอาศัยแสงไฟจากเตาผิงในการขยับเข้าไปใกล้เดนมาร์กที่นอนหลับพลางส่งเสียงกรนอยู่บนโซฟาที่ดูจะตัวเล็กเกินไปสำหรับชายหนุ่ม

                ในมือของนอร์เวย์มีช่อมิสเซิลโทที่จัดการหยิบออกจากต้นคริสต์มาสแล้วเรียบร้อยอยู่

                เจ้าบ้านรวบผมของตนเองเข้าไปเหน็บไว้ข้างหู ดวงหน้าหวานค่อยๆ โน้มลงใกล้อีกฝ่ายจนกระทั่งริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ... ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารด

                “จูบใต้ต้นมิสเซิลโท... ไม่เห็นจะโรแมนติกตรงไหน”

                ก็แค่กาฝากต้นหนึ่ง

                ก็แค่เรื่องเล่าไร้สาระที่ดังจากเมืองผู้ดีมาจนถึงยุโรปเหนือ

                “...จะจูบใต้ต้นหรือนอกต้นก็ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย”

                สุดท้าย มันก็เป็นแค่จูบอยู่ดี...

                “อืม...” เสียงครางในลำคอของเดนมาร์กทำให้นอร์เวย์รู้สึกตัวว่าเขาชักจะพูดมากเกินไปแล้ว และในวินาทีต่อมา เดนมาร์กก็ลืมตาโพลง

                “นอร์เวย์!” ร่างสูงแทบจะลุกพรวดขึ้นมาจากโซฟา ถ้าไม่ใช่ว่าเป็นเพราะโดนนอร์เวย์กดเอาไว้เขาคงดันตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงแล้ว “นี่นายลงมาทำอะไรเนี่ย แล้วปิดไฟมืดขนาดนี้ทำไมกัน ถ้าเกิดล้มหัวฟาดขึ้นมาจะทำยังไงฮึ”

                “เงียบเถอะน่า...” นอร์เวย์พึมพำด้วยน้ำเสียงที่ติดจะรำคาญนิดๆ “...หรือว่าจะไม่เอาแล้ว?”

                “ไม่เอาอะ...”

                คำตอบตามมาก่อนที่เขาจะได้ถามคำถามจนจบเสียด้วยซ้ำ เมื่ออยู่ๆ นอร์เวย์ก็ประกบริมฝีปากนุ่มลงมาอย่างรวดเร็ว รสจูบหวานๆ ทำเอาสมองของเดนมาร์กกลายเป็นสีขาวโพลนไปชั่วขณะหนึ่ง ไล่บดเบียดและสัมผัสหยอกเย้าแผ่วเบาก่อนตั้งท่าจะถอนออกในเวลาไม่ถึงสามวินาที แต่เดนมาร์กไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไปง่ายๆ เขารั้งลำคอของอีกคนเข้าใกล้ ผสานรสจูบให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ลึกซึ้งยิ่งขึ้น จนกระทั่งลมหายใจแทบผสานเป็นหนึ่งเดียว

                ช่อมิสเซิลโทช่อน้อยในมือของนอร์เวย์ขยับวูบตามแรงเคลื่อนไหวอยู่เหนือศีรษะของพวกเขาทั้งสองคน

                ผ่านไปสักพัก ฝ่ามือขาวจัดจึงทุบเข้าที่ไหล่ของเดนมาร์กสองสามทีเป็นเชิงห้าม แต่คนโดนห้ามกลับยังคงสัมผัสกลีบปากคู่นั้นอย่างอ้อยอิ่งอยู่อีกพักใหญ่ถึงได้ยอมผละออก

                แสงไฟสลัวจากเตาผิงส่องให้เห็นใบหน้าติดจะแดงระเรื่อของนอร์เวย์

                “นี่...” นอร์เวย์โยนมิสเซิลโทเข้าอกของเดนมาร์ก “...ถือว่าฉันให้ของขวัญนายแล้วนะ เลิกทำหน้าเป็นหมาหงอยได้แล้ว”

                คนตัวโตกว่าชิงดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดแน่นก่อนที่นอร์เวย์จะทันได้หนีกลับขึ้นห้อง “ขอบใจนะ นายนี่น่ารักที่สุดเลย นอร์เวย์”

                “...”

                “แต่จะน่ารักกว่านี้ถ้ายอมให้ฉันขึ้นไปนอนบนห้องด้วยน้า~”

                “...ได้คืบจะเอาศอกนะ”

                “อ๊ะ ล้อเล่นๆ อย่าเพิ่งโกรธสิ แต่ขอบใจจริงๆ เป็นของขวัญวันคริสต์มาสที่ดีที่สุดเลยล่ะ”

                “...นายนี่บ้าจริงๆ” นอร์เวย์ถอนหายใจพรืด ก่อนจะดันตัวออกจากแผ่นอกของเดนมาร์ก เจ้าบ้านเปลี่ยนมานั่งหันหน้าเข้าหาเดนมาร์ก นัยน์ตาด้านชาทอประกายวิบวับแปลกๆ ที่ชวนให้หัวใจของเดนมาร์กเต้นผิดจังหวะไปหมด

                “ต้นมิสเซิลโทมันก็แค่กาฝาก จะจูบใต้ต้นหรือนอกต้นก็ไม่เห็นต่างกันตรงไหน”

                “...”

                “จูบใต้ต้นมิสเซิลโทมันไม่เห็นจะมีสาระอะไร ดังนั้นฉันคงจะไม่ให้นายบ่อยๆ หรอก”

                แต่ก็จะไม่ให้เลย ถ้าคนที่ขอไม่ใช่นาย...

                แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดประโยคหลังออกไปหรอก

                “นอร์...”

                เจ้าของชื่อชิงกดริมฝีปากลงไปเบาๆ อีกครั้งก่อนที่เดนมาร์กจะทันได้เรียกชื่อเขาเสร็จดีเสียด้วยซ้ำ

 

 

 

“...แต่ถ้าเป็นจูบธรรมดาๆ ล่ะก็ จะกี่ครั้งก็ขอมาได้เลย...”

 

 

FIN.

...---------------------------------------------------...

postscript;
- โอเค มันคือฟิควันคริสต์มาส แต่ชะตากรรมของมันคือ... ปั่นไม่ทัน นั่นล่ะฮะ... ฮ่าๆๆ
- เพิ่งเคยเขียนคู่นี้ครั้งแรก รู้สึกอิมเมจไม่ตรงกับในหัวเท่าไหร่ คาดว่าเป็นเพราะดันเอาพล๊อตหวานมาให้ด้วย ;w; อิมเมจคู่นี้ในหัวของผม จริงๆ คือกิ๊บจะคูลบิวตี้มากกว่านี้ฮะ แล้วก็ออกแนวเสียวๆ จะปฏิวัติมาเป็นเมะได้ตลอดเวลา ฮา คือค่อนข้างจะแมนเอาม้ากมากด้วยกันทั้งคู่อะนะ...
- บวก เขียนยากมากกก เพราะไม่ค่อยมีข้อมูล ทั้งในเรื่องหลักแล้วก็ในประวัติศาสตร์เลย ไม่ค่อยได้อ่านเท่าไหร่ ;w;
- เอาเป็นว่า ไว้มีโอกาสครั้งหน้า (?) จะลองแก้ตัวใหม่ฮะ ;w;
- ส่วนครั้งนี้ก็ขออภัยแฟนๆ ขวานกิ๊บทุกท่านด้วยฮะ *ก้มขอขมาจนหัวโขกพื้น*
- ไม่แน่ใจว่าจะมีฟิคปีใหม่อีกมั้ย แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเขียนเบย์เอย์/ฟุทสึกะสักเรื่องเหมือนกันฮะ ,,= =,,

 

ถึงจะลงช้าไปหน่อยแต่ก็

สุขสันต์วันคริสต์มาสย้อนหลังนะฮะ :3


 

Comment

Comment:

Tweet

เข้ามาอ่านเฉยๆค่ะ ฟิคน่ารักซะไม่มีอ่ะ!!

#5 By ดอกแก้ว (103.7.57.18|2.221.186.131) on 2012-11-07 06:32

อ้ายยยยย ประโยคสุดท้าย “...แต่ถ้าเป็นจูบธรรมดาๆ ล่ะก็ จะกี่ครั้งก็ขอมาได้เลย...” ได้ใจมากค่ะ

#4 By morgana on 2011-10-24 21:31

นอร์น่ารัก >///<
พี่เดนส์อ้อนได้อีก
จูบธรรมดากี่ครั้งก็ได้ >//<

#3 By MoNo_KAO on 2010-12-26 16:06

อ่ะเจิมไม่ทัน =w= น่ารักค่า!!!!
ชอบตรงที่บอกว่า /แต่จะไม่ให้เลยถ้าคนขอไม่ใช่นาย.../
ใครพูดให้ฟังงี้รักตายเลยนะเนี่ย ^ q ^
ขนาดไม่ตรงคาร่าแต่ก็ตรงใจมากมายยยยยเลยจ้าาาา โอ๊ยย เดนนอร์ๆๆ ได้อ่านแล้วววว (ชอบคู่นี้อยู่แต่ไม่มีพลอตในหัว)

ชอบเสะโง่ๆ เฮตาเระแบบเดนมาร์คอ่ะ ;w; โอ๊ยยพูดจาโง่ๆ ได้ใจ (คำชม??) นอร์ตันก็น่ารักกก จริงๆ พี่ว่าช่วงท้ายก็หวานเกินความเย็นชาของนอร์ตันจริงๆ นะ (คือนิยม นอร์เวย์xไอส์แลนด์ด้วย) แต่เอาน่า Special Service ไง คริสต์มาสอะไรๆ ก็โรแมนติคด๊ายยยยย

แต่แอบติดใจ “ขนาดเจ้าอังกฤษยังมีประสบการณ์แบบนี้เลยนะ ทำไมฉันถึงจะมีบ้างไม่ได้ล่ะ” >>> แม่ยกเบย์เอย์ขออนุญาตจิ้นในหัวไปไกลลิบโลดอ่ะเน้อออ 555

#1 By chibi on 2010-12-26 01:35