[Inception Fiction] Dreamy Kiss

posted on 15 Aug 2010 20:16 by fourseasons in Fic

 *เอนทรี่ย์นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ BL (Boy's Love) ซึ่งเป็นเพียงจินตนาการของเจ้าของบล๊อคเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักของ Inception แต่อย่างใด

 

 

Dreamy Kiss
inception.eames*arthur, arthur*ariadne. pg.

 

 

            "เกิดอะไรขึ้น?"

            แอริแอดนี่ถามพร้อมกับเบิกตากว้างดวงตากลมโตของเธอมองไปรอบกายด้วยความตกตะลึงหากเธอก็ยังมีสติพอที่จะควบคุมตนเองให้นั่งอยู่กับที่เฉยๆ ได้

            ตรงกันข้ามอาเธอร์ยังคงมีท่าทางนิ่งสนิทเหมือนเดิมดวงตาสงบนิ่งอย่างไม่ยี่หระต่อบรรดาภาพสะท้อนที่พากันจับจ้องมายังเขาและเธอ...จับจ้องมายังผู้บุกรุกความฝัน "พวกเขากำลังมองหาคนสร้างฝัน หันมาจูบฉันเร็ว"

            เธอเบือนหน้าไปทางเขาเบิกตากว้างยิ่งกว่าเก่า ทว่าอาเธอร์ไม่สน เขาโน้มตัวเข้าใกล้เธอ แล้วริมฝีปากของทั้งคู่ก็สัมผัสกันอย่างแผ่วเบา

            แอริแอดนี่ไม่หันหนี ไม่เบือนหลบเธอเพียงแต่นั่งนิ่งๆ แม้กระทั่งยามที่เขาผละออกจากเธออย่างอ้อยอิ่ง

            แม้จะอยู่ในความฝันแต่สัมผัสนั้นกลับเป็นดั่งของจริงยิ่ง

            สาวน้อยเบนสายตากลับไปยังบรรดาภาพสะท้อนเธอมีสีหน้าแปลกใจเมื่อพบว่าสายตาของภาพสะท้อนในจิตใจของเป้าหมายยังคงไม่ละจากเธอและอาเธอร์เลยแม้แต่น้อยเสียงพึมพำแผ่วเบาจึงลอดออกมาพอให้อีกฝ่ายได้ยิน "พวกเขายังมองพวกเราอยู่เลย"

            อาเธอร์ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเพียงเล็กน้อย

            "อืม แต่ก็คุ้มล่ะน่า"

            แอริแอดนี่หันกลับไปมองเขาทันทีทว่าอาเธอร์ลุกขึ้นยืนแล้ว ชายหนุ่มพูดโดยไม่หันกลับมามองหน้าเธอ "ถึงเวลาที่พวกเราต้องรีบไปห้องพักกันแล้วล่ะ"

            รอยยิ้มบางระบายขึ้นบนริมฝีปากของเธอก่อนที่แอริแอดนี่จะลุกขึ้นและตามเขาไป

 

 

 

            "อาเธอร์"

            เขาไม่ตอบคำแต่หันไปมองเจ้าของเสียงและเลิกคิ้วสูงให้แอริแอดนี่เป็นเชิงตอบรับและส่งคำถามกลับไปในตัวขณะที่ทั้งสองยืนอยู่บริเวณหน้าห้องพักหมายเลขห้าร้อยยี่สิบแปดรอเวลาที่คอบบ์จะมาพร้อมกับฟิชเชอร์และดำเนินการตามแผนของพวกเขาต่อไป

            "คุณก็รู้นี่ว่าฉันมี... เอ่อ คนที่กำลังคุยกันอยู่น่ะ"

            ครั้งนี้อาเธอร์เลิกคิ้วทั้งสองข้างแน่นอน... เขารู้ว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่มีหลายครั้งที่เขาเห็นเธอคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่ในมุมหนึ่งของโกดังขณะที่พวกเขาที่เหลือกำลังวุ่นวายอยู่กับงานของตัวเอง เมื่อเขาถามว่าเธอคุยกับใครแอริแอดนี่ก็มักจะเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะตอบว่า ‘เพื่อน'ด้วยเสียงอันแผ่วเบา พร้อมกับที่ความร้อนแผ่ซ่านขึ้นไปถึงใบหูของเธอ

            เพียงเท่านั้นเขาก็รู้ทันทีว่าเพื่อนคนนี้ของเธอคงไม่ใช่แค่‘เพื่อนธรรมดาๆ'

            และเนื่องจากอาเธอร์ไม่มีความนิยมชมชอบในการรุกล้ำเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่จำเป็น(เว้นแต่เรื่องงาน อันนั้นมันก็เป็นหน้าที่ของเขา จริงไหม) เขาจึงเพียงแต่รับรู้และไม่เคยเปิดปากพูดถึงมันอีกเลย

            เมื่ออยู่ดีๆ แอริแอดนี่ - ซึ่งเขาคิดว่าคงไม่อยากเอาเรื่องของตัวเองมาเที่ยวบอกเล่าให้ใครต่อใครฟังเช่นกัน- เปิดปากพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเขาจึงตั้งหลักไม่ทันไม่ใช่น้อย

            "แล้ว?"

            "แล้วที่คุณทำเมื่อกี๊..."

            อ้อ...

            เขาพ่นลมหายใจพรืด ยิ้มจางๆเพียงชั่วครู่ ไม่ทันให้แอริแอดนี่สังเกตเห็นได้ "แค่จูบเบาๆ เท่านั้นเอง" ริมฝีปากของพวกเขาแทบจะไม่สัมผัสกันเลยด้วยซ้ำ เรียกว่า เอาริมฝีปากปัดกันยังจะใกล้เคียงมากกว่า อาเธอร์ต่อในใจ เว้นช่วง ก่อนถามต่อ "รู้สึกผิด?"

            "เปล่า ยังไงเสียนี่มันก็เป็นแค่ความฝัน...อีกอย่าง คุณก็ไม่ได้คิดอะไรจริงๆ ตอบที่จูบฉันใช่ไหมล่ะ ก็แค่หยอกฉันเล่น"แอริแอดนี่ตอบทันที ท่าทางมั่นใจและสดใสกลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง

            "...ฉันอาจจะคิดอะไรก็ได้นะ"

            "ไม่หรอก คุณไม่คิด"แอริแอดนี่ยังคงยืนยันอย่างมั่นใจ "เพราะคุณก็มีคนๆนั้นเหมือนกับที่ฉันมีไม่ใช่เหรอ ...ถึงฉันจะยังแค่คุยอยู่ก็เถอะ"

            อาเธอร์แทบเสียหลักเมื่อจู่ๆเธอก็พูดแบบนั้นเต็มปากเต็มคำ แต่เขาก็ยังคงความสุขุมเอาไว้ได้ "แอริแอดนี่..."

            เขายังไม่ทันจะได้แก้ตัวอีกฝ่ายก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน "วิธีเมื่อกี๊เขาก็เคยใช้กับคุณใช่มั้ยล่ะ?"

            คราวนี้เขาถึงกับสะอึกความร้อนแล่นไปถึงใบหูโดยไม่ทันตั้งตัว

            บางครั้งอาเธอร์ก็นึกเกรงความช่างสังเกต หัวไว และขี้สงสัยของสาวตรงหน้ายิ่งนัก

            มีหรือที่แอริแอดนี่จะไม่ทันสังเกตเห็นอาการของชายหนุ่มเธอเพียงแต่ไม่พูดอะไร และยิ้มให้กับภาพที่คนตรงหน้าเสียการควบคุมตัวเอง - ภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง- เท่านั้น

            อาเธอร์กระแอมเบาๆเขากลับไปมีท่าทางสุขุมอีกครั้งภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่พูดอะไร

            เวลาผ่านไป ไม่มีใครมองหน้าใครทั้งคู่ต่างรอเวลาที่คอบบ์จะปรากฏตัวในความเงียบงัน

            ครั้นแล้ว อาเธอร์ก็เปิดปาก

            "แต่เป็นเมื่อตอนที่หมอนั่นอยู่ในร่างของสาวผมทองนะ"

            แอริแอดนี่ทำปากเป็นรูปวงกลม"โอ้..." เธอเงียบลง "แล้วคุ้มมั้ยคะ?"

            เขาส่ายศีรษะช้าๆ

            "คำถามนั้น ใช้ถามหมอนั่นน่าจะถูกกว่านะ"

 

 

 

            ภารกิจสำเร็จลงได้ด้วยดี

            พวกเขาจากกันโดยไม่มีคำร่ำลามีเพียงสายตาที่มองกันอย่างเข้าใจ คอบบ์เดินออกจากเกท จับมือกับไมล์สและเดินทางกลับบ้านของตน...บ้านที่เขาโหยหาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่มอลล์ตาย

            แอริแอดนี่ลากสัมภาระของเธอตรงมาหาเขาซึ่งกำลังยืนรอสัมภาระของตัวเองหญิงสาวอธิบายเมื่อเห็นสายตาสงสัยของอาเธอร์ "ฉันจะกลับปารีสเลยน่ะ"

            เขาพยักหน้ายังคงสงสัยว่าจำเป็นด้วยหรือที่เธอจะต้องเดินมาบอกลาเขา

            "ขอบคุณที่สอนอะไรหลายๆ อย่างให้กับฉันนะคะ"

            "มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว"อาเธอร์ตอบพลางหยิบกระเป๋าออกจากบริเวณสายพาน

            แอริแอดนี่ยิ้มเธอปล่อยมืออกจากกระเป๋าสัมภาระ เขย่งเท้าเล็กน้อยแล้วโน้มคออาเธอร์ลงมากอดโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว "คุณยอดเยี่ยมที่สุดเลยล่ะ"

            เรียวปากนุ่มสัมผัสผิวแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา

            เธอปล่อยมือ ยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้าขณะที่อาเธอร์นิ่งค้าง ปล่อยให้สมองประมวลผล จากนั้นจึงโน้มตัวลงมอบจุมพิตเบาๆที่แก้มของแอริแอดนี่ "เธอก็เหมือนกัน"

            แอริแอดนี่คลี่ยิ้มรับเธอโบกมือลาและเดินจากไป

            "หวังว่าจะได้พบคุณอีกนะ"

 

 

 

            อาเธอร์กำลังยืนรอแท็กซี่

            มือข้างหนึ่งถือสัมภาระอีกข้างว่างเปล่า จนกระทั่งมีเงาร่างหนึ่งเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างเขาใกล้จนหลังมือข้างที่ว่างเปล่าสัมผัสกันเบาๆ

            "อีมส์" เขาเรียกโดยที่ไม่คิดแม้แต่จะหันไปสบตา

            เจ้าของชื่อยิ้มกริ่มแต่กลับไม่พูดอะไรออกมา

            "คุณอีมส์"เขาเน้นเสียงขึ้นอีกนิด

            "หืม?"คราวนี้เจ้าของชื่อยอมส่งเสียงตอบ แม้จะเพียงแค่สั้นๆ ก็ตาม

            "ยังไม่กลับ?" อาเธอร์ถามสั้นๆด้วยสงสัยว่าทำไมหนุ่มอังกฤษจึงยังคงยืนอยู่ข้างเขาแทนที่จะตรงกลับบ้านของตัวเองเสีย

            พวกเขาควรจะแยกย้ายหลังภารกิจเสร็จสิ้นไม่ใช่ยังคงยืนอยู่ด้วยกันแบบนี้

            "ไม่ล่ะ" อีมส์ตอบเสียงยานพลางมองไปรอบตัว ก่อนจะหยุดและส่งยิ้มกรุ้มกริ่มไปให้สาวเอเชียที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากพวกเขานัก

            สงบไว้ อาเธอร์ สงบ...

            "งั้น กลับมอมบาซ่า?" อาเธอร์เพียงแต่หวังว่าอีมส์จะไม่อยู่กวนใจเขานานไปกว่านี้ก็เท่านั้น

            "เปล่า อยู่ที่นี่ต่อ" อีมส์ตอบยังคงไม่ละสายตาจากสาวผมดำร่างระหงในชุดกระโปรงสีแดงสด

            "ทำอะไร?"

            "เที่ยว พนันที่นี่ลาสเวกัสนะ มาถึงที่แล้ว มีหรือฉันจะพลาด" คนสูงวัยกว่าว่าเบนสายตามามองเขาในที่สุด เว้นจังหวะ ก่อนก้มลงกระซิบข้างหูเขาเบาๆ "...อยู่กับนายต่ออีกสักสองสามวัน"

            อาเธอร์นิ่งงันไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบสนอง นัยน์ตาสีเข้มมองข้ามไหล่ของอีมส์ไป "อ้อ" เขาทำเสียงรับรู้ "นึกว่านายจะอยู่ตามแม่สาวจีนคนนั้นเสียอีก"

            อีมส์หัวเราะ "นายมีสิทธิ์จะถามแบบนั้นกับฉันด้วยเหรอ?"

            คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงเป็นเชิงถามแต่ไม่มีประโยคใดหลุดออกจากเรียวปาก

            "ฉันเห็นนะ..." อีมส์เริ่มประโยคอย่างเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง ท่าทางสบายเสียจนอาเธอร์นึกรำคาญ"ที่นายเอาวิธีขโมยจูบของฉันไปใช้กับเธอน่ะ"

            อาเธอร์เงียบและนิ่งสนิทไปในทันใด

            "ไม่มีคำปฏิเสธ?"

            เขาสูดลมหายใจลึกบอกตัวเองให้สงบเป็นรอบที่สิบนับแต่อีมส์ปรากฏตัวอยู่ข้างๆ "ฉันไม่แก้ตัวในสิ่งที่เป็นความจริง..."

            อีมส์ผิวปาก "สมชายชาตรียิ่งนัก"

            "อีมส์" อาเธอร์เน้นเสียงหนักเริ่มรู้สึกปวดหัวหลังต่อปากต่อคำกับอีมส์นานมากเกินไป "แล้วไงนายตามฉันมาถึงนี่ เพียงเพื่อที่จะทวงค่าลิขสิทธิ์ ‘หนึ่งในพันวิธีขโมยจูบของคุณอีมส์'หรือไง?"

            "เป็นความคิดที่ไม่เลว"อีมส์ทำหน้าตื่นเต้น ราวกับเขาเพิ่งค้นพบทฤษฎีใหม่ที่โลกต้องจดจำและจารึกชื่อของเขากับอาเธอร์ร่วมกันไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานก็ไม่ปาน

            "คุณอีมส์" เขาเน้นหนักอีกครั้ง

            อีกฝ่ายเงียบเสียงลงเหลือเพียงแต่รอยยิ้มที่คาดเดาความหมายไม่ได้บนใบหน้าซึ่งมีหนวดเคราให้เห็นประปราย

            ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไปครู่ใหญ่

            รถแท็กซี่แล่นผ่านหน้าพวกเขาไปสายตาของคนขับจับจ้องพวกเขาอย่างงุนงง แต่อาเธอร์ก็ไม่มีความคิดที่จะหยุดรถสีเหลืองคันนั้นเอาไว้ปล่อยให้มันแล่นผ่านไปจนลับสายตา

            "อีมส์"

            "หืม"

            "อย่าบอกนะว่า..."อาเธอร์เว้นช่วง "นายหึง?"

            ความเงียบปกคลุมพวกเขาอีกครู่ใหญ่

            อีมส์กระแอมเสียงเบาริมฝีปากวางตัวเป็นรูปรอยยิ้ม "เปล่า ทำไมฉันต้องหึงนายด้วยล่ะ" ยังคงเถียงข้างๆคูๆ

            "พระเจ้า" อาเธอร์พึมพำเขาหันไปมองหน้าอีมส์ด้วยสายตาเอือมระอา "นั่นมันเรื่องในฝันอีมส์ นายหึงแอริ..." ประโยคที่เหลือของเขาหายไปและถูกแทนที่ด้วยสัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากสีสดของคนข้างตัวแทน

            อาเธอร์ขืนตัว เม้มริมฝีปากพยายามดันตัวออกห่างจากอีมส์

            ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวไม่ใช่เพราะรสจูบ ไม่ใช่เพราะลิ้นของอีกฝ่ายที่รุกไล่เข้ามาแต่เป็นเพราะเขารู้สึกได้ถึงสายตาจากคนรอบข้าง

            อับอายทั้งที่ตอนที่จูบกับแอริแอดนี่ก็มีภาพสะท้อนมากมายจับจ้องแต่เขากลับไม่รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัวเหมือนอย่างตอนนี้

            ...สาเหตุง่ายๆ คือ เพราะนี่คือความเป็นจริง

            สายตาทั้งหมดนั้นมาจากคนจริงๆ

            รวมทั้งความร้อนรุ่มและริมฝีปากที่กดย้ำซ้ำๆหลายครั้ง พยายามต่อสู้จนปล่อยให้ลิ้นรุกล้ำเข้าไปเกี่ยวพันกระหวัดกับลิ้นของเขาสำเร็จในที่สุดนั้นก็เป็นของจริง

            อีมส์จับหลังศีรษะของอาเธอร์บังคับให้อีกฝ่ายขยับเข้าใกล้ มืออีกข้างโอบเอวของอาเธอร์ปิดกั้นทางหลบหนีและตักตวงรสสัมผัสจนพอใจ

            เมื่อพวกเขาผละออกจากกันอาเธอร์ก็ได้แต่หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เขาถอยหลังออกห่างจากอีมส์หนึ่งก้าว ส่งสายตาขวางจัดไปให้คนตรงหน้าที่ยังยิ้มอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวยกหลังแขนข้างขวาขึ้นปิดปากที่เป็นสีแดงจัดของตนเองราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะเห็นเข้า

            "อีมส์!"

            คนสูงวัยกว่าไม่สนใจเสียงอุทธรณ์และแน่นอนว่ารวมถึงไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง หรือแม้แต่หญิงสาววัยกลางคนที่ยกมือขึ้นปิดตาลูกน้อยวัยราวเจ็ดขวบของเธอและส่งสายตากล่าวโทษมาให้เขา

            "ดีกว่าในความฝันใช่มั้ยล่ะ?"

            อาเธอร์ชะงักกึกสีเลือดบนใบหน้าชัดเจนขึ้นทุกที

            เขาสูดลมหายใจลึกมองซ้ายขวาหาแท็กซี่บนถนน ก่อนจะตอบโดยที่ไม่ยอมสบตากับคนข้างตัว

            "...ดีจนเหมือนฝันเลยล่ะ"

 

 

FIN.

-------------------------------------------------------.

postscript;
- ...ผมว่าคนชื่ออาเธอร์ต้องมีคำสาป (ใส่ผมได้) แน่เลยฮะ *กุมขมับ*
(ก่อนหน้านี้ก็อาเธอร์ เคิร์กแลนด์ ตอนนี้ก็อาเธอร์ เดอะ พอยต์ แมน *กุมขมับ*)
- หลังจากบ้าไล่อ่านฟิคคู่นี้ไปนับสี่สิบเรื่อง และดูหนังไปสองรอบ ในที่สุดก็ปั่นออกมาจนได้ \TwT/
- หลักๆ คือ เอามาเซ่นหนูซา (??) ฮ่าๆๆ จริงๆ คืออยากแต่งอยู่แล้วด้วยแหละฮะ :D
- เหมือนอ่านฟิคฝั่งนู้นมากไป ติดอะไรหลายๆ อย่างมาเหมือนกัน ...อย่างนึงที่แต่งแล้วรู้สึกก็คือฉากจูบนี่แหละ รู้สึกว่าไม่ได้เขียนแบบนี้นานแล้ว ฮ่าๆ (หรือเป็นเพราะเบย์เอย์มักจะฉะฝีปากกันมากกว่ากันนะ?)
- ตอนแรกเขียนไปเขียนมา นึกว่าตัวเองเขียนแอริ*อาเธอร์ซะอีก ฮ่าๆ ติดลม
- ยังไงก็ เพิ่งเคยเขียนครั้งแรก อาจจะจับคาแรคเตอร์ได้ไม่ถูกต้องนัก ถ้ามีข้อผิดพลาดอะไรก็ขอโทษด้วยฮะ และน้อมรับทุกคำติชม อยากอ่านทุกคอมเม้นท์ฮะ! :D

 

แล้วพบกันใหม่ฮะ

 

ปอลอ เก๊ายังไม่ลืมฟิคเบย์เอย์นะ... แต่ว่าเก๊าไม่สามารถพิมพ์ต่อได้ซะทีอ๊ะ "orz

 

Comment

Comment:

Tweet

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

อ่านแล้วกรี๊ดสลบไปสามตลบ จริงๆแล้วตอนที่ดูหนังยังไม่ได้จิ้นคู่นี้เลยนะ ประหลาดใจเหมือนกันที่มีคนจิ้นคู่นี้เยอะมาก ความสนใจทั้งหมดพุ่งไปอยู่ที่ฉากเนียนจูบของอาเธอร์ที่ทำเอาเราตกหลุมรักหนุ่มเนี้ยบเข้าหมดหัวใจ 555

แต่พอมาอ่านฟิคนี้... ตอนหลังมือแตะโดนกัน... มันรู้สึก...อื้อออ ชอบจังฉากนี้ มันดูแบบ... รักแอบซ่อน ใกล้ชิดไม่ได้แต่ก็คิดถึงนะ อะไรประมาณนี้...

แต่พออ่านมาถึงฉากตอนท้ายนั่น...

บรึ้มมมมมมมมมม!!!!

สติหลุดไปเลยค่ะ

อ่านก่อนนอน เมื่อคืนเลยเก็บเอาไปฝันด้วยล่ะ อีมส์สสสสสส

นายแน่มากกกกกกกก!!!!

คิดถึงฟิคกกว. อ่านฟิคนี้แล้วแอบสงสัยว่าถ้าเข้าไปในฝันของกกว.จะเจออะไรบ้างนะ... (ที่แน่ๆคือต้องเจอคนคนนั้นแน่ล่ะ)

#4 By irindel on 2010-08-16 13:19

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
*โบกธงงงงงงงง
แฮ่กกกกกๆๆๆๆๆๆๆ
สุดยอดมวากค่ะะะะะะะะะะะ
รักเธอจัง เธอน่ารักจริงจังงงง อาเธอร์!!!!
รักพี่โบด้วยค่ะ กรี๊ดดด
ฟิคพี่ดีที่หนึ่งเลยย กรี๊ดดดด

#3 By ซาดุ่ย on 2010-08-16 00:35

คู่นี้ก็ชวนจิ้นจริงๆsad smile

#2 By (125.24.196.19) on 2010-08-15 23:29

กรี๊ดกร๊าดดดด

ความจริงส่วนตัวแล้วคิดว่าจูบของท่านเธอร์กับหนูแอรินี่น่าจะมีความหมายอยู่(ในระดับหนึ่ง)นะคะ เพราะท่านเธอร์ดูเหมือนจะเป็นประเภททำอะไรแล้วคิดคำนวน ฮีต้องมีลับลมคมนัยแน่ เอิ๊กกกก อดกรี๊ดเธอร์แอริไม่ได้ XDDD (เกิดอะไรขึ้นกับเลือดสาววายไม่รู้ล่ะ ก็หนังเรื่องนี้ตัวละครหญิงมันน่าโฮกนี่!)

"ฉันไม่แก้ตัวในสิ่งที่เป็นความจริง..." <-- กรี๊ดประโยคนี้อย่างไม่มีสาเหตุ! อ๊ายยย น่ารักค่ะ

แต่เอ๊ะ คราวนี้อีมส์ทำทีเป็นปากแข็งซะเอง หึงก็บอกมาเต๊อะ 55

ตอนจบแอบวี๊ดว้าย ยินดีต้อนรับสู่ลาสเวกัสจ้ะอีมส์แอนด์เธอร์ คนเขาออกจะต้อนรับเกย์ (??)

(*กระซิบ* อา... เบย์เอย์นี่เคยชอบๆอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ไม่ค่อยได้อ่านฟิก ;D )

#1 By Daiong [ไดอง] on 2010-08-15 22:20