[APH Fiction] 60th in the Making

posted on 13 Jun 2010 15:15 by fourseasons in Fic

*เอนทรี่ย์นี้มีความเกี่ยวข้องกับเฮตาเลีย อนึ่ง เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่ เขียนโดยมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับองค์กรและประเทศต่างๆ  เนื้อหาในนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงบนโลกนี้แต่อย่างใด กรุณาอ่านโดยใช้วิจารณญาณฮะ
*เอนทรี่ย์นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ BL (Boy's Love) ซึ่งเป็นเพียงจินตนาการของเจ้าของบล๊อคเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักของเฮตาเลียแต่อย่างใด
* เอนทรี่ย์นี้มีความเกี่ยวข้องเล็กน้อยกับบอลโลก กลุ่มซี แมทช์อังกฤษ - อเมริกาเมื่อเช้ามืดวันที่สิบสามที่ผ่านมา โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน
* ไม่มีแก่นสารใดๆ ทั้งสิ้น ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญานอีกครั้ง (หัวเราะ)

 

 

60thin the Making
aph.alfred*arthur. g. general.

 

"บอลวันที่สิบสอง ยังไงฉันก็ชนะ!"

                ถ้อยคำที่ได้รับฟังทำให้อังกฤษขมวดคิ้วมุ่นมือที่ถือเอกสารข้างปากกาหมึกซึมข้างหยุดค้างในทันควันเขาใช้คอร่วมกับไหล่หนีบโทรศัพท์มือถือให้ชิดติดหูมากขึ้นพร้อมกับส่งเสียงตอบรับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงบอกถึงความขัดใจปนสงสัย "หา?"

                "ฉันบอกว่ายังไงบอลโลกวันที่สิบสองนี้ฉันก็ต้องชนะยังไงล่ะ!" ปลายสายย้ำเสียงดังเปี่ยมความมุ่งมั่นก่อนจะจุ๊ปาก ทำสุ้มเสียงต่ำด้วยน้ำเสียงตำหนิ "อย่าบอกนะว่าลุงมัวแต่ทำงานจนลืมไปแล้วว่าเราอยู่สายเดียวกันแล้ววันที่สิบสองนี้ทีมของเราก็ต้องเจอกันด้วยน่ะ ลุงนี่นะ..."

                เจ้าของทีมสิงโตคำรามนึกอยากจะเขวี้ยงมือถือทิ้งลงพื้นณ วินาทีนั้น

                "ไม่ได้ลืม! แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าลุงสักทีได้ไหม" ฮึดฮัดตอบเริ่มขยับมือเซ็นชื่อลงเอกสารอีกครั้งหลังตั้งสติได้ "แล้วนี่นายเอาอะไรมามั่นใจนักหนาหือ สหรัฐอเมริกา อย่าลืมว่านายก็แค่เด็กอมมือที่เริ่มไล่ตามบอลหนังได้ไม่นานเพราะมัวแต่ไปไล่ตามลูกรักบี้น่ะ"

                "เขาเรียกว่าฟุตบอล" อเมริกาท้วงทันที

                "ฟุตบอลชื่อก็บอกอยู่ว่าใช้เท้าแล้วไอ้การใช้มือจับลูกรักบี้แล้วชนกันไปชนกันมามันใช้เท้าตรงไหน" ยังคงไม่เลิกค่อนขอด ก่อนจะรีบพูดต่อ ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเถียงได้อีก "ยังไงฉันก็คิดว่าฉันชนะ นายจะเอาอะไรที่ไหนมาชนะฉัน หืม"

                เสียงจึกจักออกแนวไม่สบอารมณ์ดังนำมาก่อนจากอีกฟาก"หกสิบปีก่อนฉันก็ชนะนะ ตอนนัดอุ่นเครื่องเมื่อบอลโลกสิบกว่าปีก่อนโน้นฉันก็ชนะ" จู่ๆ เสียงของอเมริกาก็ดังขึ้นกะทันหันตามประสาคนพลังเหลือที่กำลังมั่นใจในตัวเองอย่างเหลือล้น "ฉันต้องมีดีไปชนะนายแน่นอนในวันที่สิบสองแน่นอนอยู่แล้วไทม์สยังว่างั้นเลย!"

                มั่นใจเหลือเกินนะ...

                อังกฤษคิดอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไร

                จริงอยู่ว่าประเทศเขาก็ไม่ได้มีผลงานดีเด่อะไรนักในฟุตบอลโลก...ถึงเขาจะไม่ค่อยอยากยอมรับเท่าไรก็เถอะนะ...แต่การที่คนอย่างอเมริกาถึงขั้นโทรศัพท์มาสบประมาทเขาแบบนี้นี่มันก็มากเกินไปหน่อย

                หนุ่มผู้ดีไม่คิดว่าเขาจะแพ้เจ้าบ้าแฮมเบอร์เกอร์อย่างอเมริกาได้

                เขาจึงพูดออกไปตามที่คิด "นายไม่มีทางชนะฉันได้หรอกน่า"

                "เดี๋ยววันที่สิบสองก็รู้!" อเมริกายังคงไม่ล้มเลิกความคิดเข้าข้างตัวเอง"ยังไงฮีโร่ก็ต้องชนะอยู่แล้ว นั่นมันเป็นกฎไม่ใช่หรือไง"

                ใช่แต่ฮีโร่มันไม่เกี่ยวอะไรกับฟุตบอล!

                นึกขัดใจจนอยากจะเถียงแต่อีกใจก็อยากจะตั้งใจทำงานให้เสร็จๆ ไป และจบการถกเถียงที่ไร้สาระนี้สักที ร่างเพรียวจึงตัดบทสนทนากันดื้อๆ"ถ้านายคิดจะโทรศัพท์มาเพื่อคุยโตแค่นี้ล่ะก็ฉันคงต้องขอวางก่อนล่ะ ยังมีงานต้องทำ ไม่ได้ว่างงานจัดเหมือนใครบางคน" เขาเว้นช่วง "ค่าโทรศัพท์ข้ามประเทศก็ไม่ใช่ถูกๆทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังหน่อยนะ อเมริกา"

                "บ่นอีกละลุงนี่..."

                อังกฤษชิงตัดบทอีกครั้ง"ถ้ามีอะไรอยากคุยก็มาที่บ้าน เท่านี้ล่ะ"

                "เฮ้! เดี๋ย...!"

                เสียงปลายสายหายไปทันทีที่นิ้วเรียวสัมผัสลงบนปุ่มวางสาย

                ร่างเพรียววางมือถือลงบนโต๊ะนวดหว่างคิ้วของตัวเองที่ย่นเข้าหากันจนเป็นรอยก่อนจะระบายลมหายใจยาวชายหนุ่มนึกเหนื่อยใจกับอเมริกาที่โทร.มาป่วนได้ทุกวันแถมครั้งนี้ยังโทร.มาด้วยเรื่องไร้สาระอย่างสุดแสนอีกต่างหาก

                คนอย่างเขา... อังกฤษเนี่ยนะ จะแพ้บอลอเมริกา?

                ฝันไปเสียเถอะ!

                จบประเด็นเรื่องบอลโลกด้วยความคิดเข้าข้างทีมตัวเองตามประสาก่อนที่อังกฤษจะเริ่มลงมือจัดการงานอีกครั้ง คราวนี้มีเป้าหมายที่จะทำทั้งหมดให้เสร็จก่อนถึงวันที่สิบสองมิถุนายนให้จงได้

                เขาจะได้เชียร์บอลได้อย่างสบายใจไร้กังวล!

 

 

อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาของการลงสนามครั้งแรกในการแข่งฟุตบอลโลกของทีมชาติอังกฤษแล้ว

                อังกฤษเตรียมเครื่องดื่ม ของว่างและหมอนอิงคู่กายไว้พร้อมหน้าโทรทัศน์ เขาเปิดเครื่องอย่างสบายอารมณ์ไม่มีงานใดคั่งค้าง อีกทั้งยังไม่มีใครมาวุ่นวาย

                และเขากำลังจะได้มีชัยชนะเหนืออเมริกาอีกครั้ง!

                ชายหนุ่มนึกอยากจะหัวเราะให้ดังลั่นบ้านแต่ก็เกรงคนบ้านใกล้จะนึกว่าเขาทำงานหนักจนเพี้ยนไปแล้วเสียก่อนจึงเก็บความรู้สึกไว้ในใจ เขากำลังจะทิ้งตัวลงบนเบาะนุ่มตอนที่เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นขัดความตั้งใจของเขาอย่างพอดิบพอดี

                ใครกัน!

                นึกอย่างหัวเสียแต่ก็ไม่วายต้องเดินไปเปิดประตูตามประสาเจ้าบ้านที่ดีแต่แล้วภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้เขาถึงกับปิดประตูกลับแทบไม่ทัน

                เสียแต่ว่าคนมาเยือนดันรู้ทันแทรกกายผ่านประตูเข้ามาได้เสียนี่!

                "ปิดประตูใส่หน้าแขกคือสิ่งที่ผู้ดีอังกฤษสมัยนี้เขาทำกันหรือเมื่อก่อนล่ะย้ำหนักย้ำหนาเรื่องมารยาทแท้ๆ นะ"

                ถ้อยความยียวนกวนประสาทนั่นจะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากอเมริกา!

                "ใครเขาเชิญนายมาเป็นแขกกันล่ะแถมถือวิสาสะเข้ามาทั้งที่เจ้าบ้านไม่ต้อนรับแบบนี้ เขาเรียกว่าผู้บุกรุกต่างหาก!"อังกฤษได้แต่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง "แล้วนี่มาทำไม"

                "มาดูบอลกับนายไง"

                "ไม่เอา!"

                ร่างสูงทำหน้ายู่เสียงกระเง้ากระงอด ตัดพ้อเป็นเด็กๆ "ทำไมล่ะ! คนเขาอุตส่าห์เดินทางมาถึงที่แล้วอีกอย่างการแข่งก็จะเริ่มแล้วด้วย จะไม่ให้ฉันดูกับนายได้ยังไงกันอะ! อีกอย่าง ดูคนเดียวมันจะไปสนุกอะไรเล่า ต้องดูหลายๆ คนซี่"

                "นายก็ไปดูกับแคนาดาสิ!"

                "ฉันเตรียมของมาพร้อมแล้วด้วยนะ"ไม่ว่าเปล่า ยังเปิดประเป๋าสะพายใบโตที่บรรจุทั้งผ้าห่ม หมอนอิงแฮมเบอร์เกอร์และป๊อปคอร์นมาพร้อมให้อดีตพี่ชายดูอีกด้วย "นี่กะว่าจะมาค้างบ้านนายด้วยนะเนี่ยเห็นเป็นคนกันเอง ใจคอจะไล่ฉันกลับอีกเหรอ"

                เล่นเตรียมแผนการไม่บอกล่วงหน้ากันอย่างนี้เลยหรือ!

                อังกฤษเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันก่อนจะตอบอย่างไม่ปราณี

                "เออ!"

                "อ๊ะ อังกฤษๆเริ่มแล้วล่ะ!" แต่เจ้าคนโตแต่ตัวไม่ฟังเขาเลยสักนิด พุ่งตรงไปทิ้งตัวลงบนโซฟาทันทีพร้อมกับค่อยๆ หยิบเอาสัมภาระออกจากกระเป๋าทีละอย่างสองอย่าง ทิ้งให้อังกฤษยืนค้างก่อนจะยอมแพ้ให้กับพฤติกรรมของอเมริกา

                เพราะเห็นว่ามันจะเริ่มแล้วหรอกนะ!

                เสียงเพลงชาติอังกฤษดังออกมาจากหน้าจอสี่เหลี่ยมอเมริกากัดแฮมเบอร์เกอร์ไปพลาง วิจารณ์ไปพลาง "ฟังไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลยอะ"

                อังกฤษโยนค้อนวงโตไปให้อีกฝ่ายก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งทางข้างซ้ายของอเมริกา เมื่อเพลงชาติอเมริกาดังขึ้นเขาก็ไม่วายกัดกลับ "ของนายก็ฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกันนั่นแหละ"

                "เพราะมันร้องกันหลายคนไงล่ะต่างบ้านต่างครอบครัว แถมที่ยังกว้าง ทั้งก้องทั้งสะท้อนอีกต่างหาก" อเมริกาแก้ตัว

           &n