[APH Fiction] Everyone Knows (Except US) [1]

posted on 05 Jan 2010 14:32 by fourseasons in Fic

*เอนทรี่ย์นี้มีความเกี่ยวข้องกับเฮตาเลีย อนึ่ง เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่ เขียนโดยมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับองค์กรและประเทศต่างๆ  เนื้อหาในนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงบนโลกนี้แต่อย่างใด กรุณาอ่านโดยใช้วิจารณญาณฮะ
*เอนทรี่ย์นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ BL (Boy's Love) ซึ่งเป็นเพียงจินตนาการของเจ้าของบล๊อคเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักของเฮตาเลียแต่อย่างใด

 

Everyone Knows (Except US)
aph. alfred*arthur. pg. romance.

 

[Side A.] 

 

 

หลายครั้ง... ที่สงสัยและตั้งคำถามกับตัวเอง

 

 

            นายว่าอะไรนะ?

             คำถามสั้นห้วนดังกล่าวออกมาจากปากของหนุ่มผมทองที่ทิ้งตัวเองจมอยู่ในเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงาน

             นอกจากเสียงที่ห้วนอย่างฟังได้ชัดเสียจนไม่ต้องเห็นหน้าเพื่อคาดเดาอารมณ์ อากัปกิริยาและสีหน้า อันได้แก่ การขมวดหัวคิ้วมุ่น เม้มริมฝีปากเข้าหากัน และย่นจมูกน้อยๆ ขณะแนบใบหูเข้ากับโทรศัพท์ในมือ ล้วนเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างดีว่า อังกฤษกำลังอยู่ในอารมณ์คุกรุ่นไม่ใช่น้อย 

            ซึ่งปลายสายเองก็รู้ดีแม้ไม่เห็นอาการทั้งหมดที่ว่ามา แต่กลับทำเสียงใส พูดยียวนอย่างไม่อนาทรร้อนใจ อะไรกัน นี่ขนาดพูดกรอกหูก็ยังฟังไม่รู้เรื่องเสียแล้วเหรอลุง... 

            อย่ากวนได้ไหม! มีอะไรก็พูดมาสิ 

            อเมริกาส่งเสียงหัวเราะในลำคอ นึกดีใจที่ตัวเองก่อกวนอีกฝ่ายได้สำเร็จ พรุ่งนี้มาเที่ยวบ้านฉันสิ 

            อังกฤษขมวดคิ้วหนักขึ้น เคาะปากกาในมือกับโต๊ะ เหลือบสายตามองออกไปยังทัศนียภาพกรุงลอนดอนเบื้องนอกบ้านของตัวเอง ก่อนย้อน ทำไม? 

            ต้องมีเหตุผลด้วย? 

            ไม่มีก็ไม่ไป 

            เสียงจุ๊ปากอย่างขัดใจดังขึ้นจากอีกฟาก อังกฤษเผลอวาดยิ้มขึ้นชั่วครู่ นึกขำเมื่อภาพของคนตัวโตใจเด็กกำลังทำปากบู่ประท้วงราวเด็กไม่ได้ของเล่นแล่นขึ้นมาในสมอง 

            เดี๋ยวสิ! แล้วเขาจะยิ้มทำไมล่ะ! 

            เสียงประท้วงในสมองทำให้รอยยิ้มดังกล่าวอันตรธานหายไปอย่างรวดเร็ว เท่าๆ กับเวลาที่เสียงของอเมริกาดังขึ้น ก็มาฉลองวันปีใหม่กันไงเล่า ลุงนี่ ทำงานหนักจนลืมวันลืมคืนไปแล้วหรือไง 

            เป็นคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบ และเพราะรู้ดีถึงความจริงข้อนั้น อังกฤษจึงสวนกลับไปด้วยความฉุน เป็นลุงแล้วมันเกี่ยวอะไรด้วย! แล้วทำไมฉันจะต้องไปเคาน์ทดาวน์ที่บ้านนายด้วย หา!” 

            คุยไปมาก็เข้าอีหรอบเดิม คนหนึ่งก็แสนช่างปั่นหัว ส่วนอีกคนก็ติดไฟง่ายเสียยิ่งกว่าอะไร ทั้งที่ความจริงเนื้อหาของบทสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งนี้นั้นช่างสั้นแสนสั้น -- จะไปฉลองปีใหม่ที่นิวยอร์คด้วยกันหรือไม่ไป 

            อเมริกากลอกตาไปมา รัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ที่อยู่เบื้องหน้าพลางกล่าว ก็จะให้มานี่ 

            เฮ้... 

            ยังไม่ทันได้ประท้วง ข้างอเมริกาก็ชิงขัด ไม่รู้ละ เอาเป็นว่าฉันจะรออยู่ที่นี่แล้วกัน ถึงแล้วก็โทร.มาล่ะ แล้วเจอกันนะ อังกฤษ 

            เฮ้ย เดี๋ยวเดะ... เดี๋ยวเด้! อเมริกา!!” 

            ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด... 

            เสียงสัญญาณขาดหาย คงเหลือเพียงอังกฤษที่ถือโทรศัพท์ค้างไว้ด้วยความตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว 

            “…ไอ้เด็กบ้า!” 

            ชายหนุ่มโยนมือถือลงกับโต๊ะ ทำท่ากระฟัดกระเฟียดหัวเสียอยู่คนเดียวพักใหญ่ โวยวายอีกย่อมๆ จนเริ่มเจ็บคอถึงปิดปาก ยกมือขึ้นนวดระหว่างคิ้วแล้วลุกไปยืนอยู่ริมหน้าต่างแทน 

            ลอนดอนในยามนี้อวลด้วยไอหนาว ไม่ว่าจะมองไปทางไหนจึงเห็นแต่ผู้คนในชุดเสื้อกันหนาวตัวหนาและผ้าพันคอหลากสีสัน อย่างไรก็ตาม สายฝนก็ยังคงโปรยปรายลงมาเรื่อยได้อย่างสมเป็นเมืองกรุงแห่งนี้ยิ่งนัก 

            เขาแนบใบหน้าลงกับกระจกใส ความเย็นแล่นปราดผ่านผิวเนื้อทำเอาอังกฤษถึงกับสะดุ้งชั่วครู่ ก่อนจะกลับไปค่อยๆ พิงตัวลงเช่นเดิม 

            คนเอาแต่ใจ... 

            ปากก็บ่นพึมพำเช่นนั้น แต่สมองกลับคิดไปอีกทาง และหลังจากที่คิดสะระตะได้พักใหญ่ อังกฤษก็ตัดสินใจจับมือถือขึ้นมากดโทร.ออกหาใครบางคน 

            ที่ทำนี่ไม่ใช่เพราะอยากจะไปฉลองปีใหม่ด้วยหรอกนะ... 

            ว่าแล้วถอนหายใจ ส่งลมอุ่นขึ้นเกาะบนกระจกใส ก่อนจะเดินผละจากไป

 

 

            วันนี้คือวันที่สามสิบเอ็ดธันวาคม วันสุดท้ายของปี 

            เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปถึงศูนย์นาฬิกา เวลาของสหราชอาณาจักรก็จะขึ้นสู่ปีใหม่ หลายคนออกจากบ้านเพื่อเตรียมฉลองร่วมกับเพื่อนฝูง แต่บางคนกลับเลือกใช้เวลาสุดท้ายของปีอยู่ภายในบ้านของตนอย่างสงบสุข 

            แน่นอนว่าในช่วงเทศกาลยาวต่อเนื่องเช่นนี้ ร้านรวงย่อมคึกคัก ท้องถนนจึงครึกครื้นตามด้วยผู้คนที่ออกมาเลือกซื้อของขวัญให้กับคนใกล้ตัว แม้อากาศเมืองกรุงจะไม่ค่อยโสภานักด้วยเม็ดฝนที่โปรยปรายเป็นพักๆ ก็ไม่อาจห้ามปรามกิจกรรมของชาวเมืองได้ 

            อังกฤษยืนอยู่หน้าสถานีรถไฟใต้ดิน รอคอยใครบางคนที่เพิ่งทำการนัดกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนด้วยความงุ่นง่าน เขาซุกหน้าตนกับผ้าพันคอสีแดงสดพลางบ่นงุบงิบ มือที่สวมถุงมือทับล้วงอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันหนาวทำให้ไม่มีใครมองเห็นหมัดที่กำแน่นอยู่ในนั้น 

            เลยเวลานัดมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ทำไมถึงยังไม่มาอีก! 

            เหลือบมองนาฬิกา ใกล้เที่ยงแล้ว สงสัยพบหน้ากันก็คงได้ทานข้าวเที่ยงทันทีเลยเป็นแน่แท้ 

            รู้อย่างนี้ไม่คิดทำอะไรงี่เง่าแบบนี้ก็ดี! 

            ยังคงคิดอย่างฉุนเฉียวจนลืมสังเกตรอบข้างไปชั่วขณะ แน่นอนว่ารวมทั้งไม่ทันเห็นร่างสูงในชุดเสื้อโค้ทตัวยาวที่เดินตรงมาพลางหว่านเสน่ห์ให้สาวทุกคนที่ผ่านไปด้วย

            รู้อีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงนั่นละ 

            ยืนทำหน้านิ่วอยู่ทำไมเนี่ย หืม? 

            คนหน้ามุ่ยสะบัดหน้าขวับ ช้าเป็นบ้า!” 

            ฝรั่งเศสหัวเราะเบาๆ รับคำต่อว่านั้น ไม่มีทีท่าสะทกสะท้านแต่อย่างใด นิดเดียวเองน่า พอดีรอคนอื่นอยู่ด้วย 

            ใคร? 

            คนโดนถามพยักเพยิดไปทางขวามือของตน อังกฤษจึงเบนสายตาตาม ถึงได้พบว่านอกจากจะมีฝรั่งเศสที่เขาเรียกตัวให้เดินทางมาถึงลอนดอนแล้ว ยังมีแคนาดาติดสอยห้อยตามมาอีกคนด้วย 

            แต่ด้วยไม่ทันคาดคิด ประกอบกับใบหน้าของแคนาดาคล้ายกับอเมริกามากเกินไป สิ่งที่หลุดออกมาจากปากของอังกฤษด้วยระดับเสียงอันดังจึงเป็น อ... อเมริกา!” 

            หา นี่นายละเมออยู่รึเปล่าเนี่ย อังกฤษฝรั่งเศสรีบท้วงแทนพลางบ้องหัวอีกฝ่ายเข้าให้เสียที เบิกตาดูให้ดี นี่มันแม... แคนาดาต่างหากละ 

            หลังจากใช้เวลาตั้งสติอยู่พักใหญ่ เขาถึงรู้ทันทีว่าตนพลาดไปแล้ว อะ... ฮะ... ฮ่าๆๆ แน่นอนอยู่แล้ว ฉันรู้ว่าเป็นแคนาดาน่า ก็แค่เรียกชื่อผิดนิดหน่อยเท่านั้นเอง อย่าถือสาหาความกันเลยนะ แคนาดาว่าแล้วก็ตบไหล่เขาป้าบๆ แก้เก้อ ขณะที่ฝ่ายโดนทักผิดได้แต่ยิ้มแห้ง 

            อังกฤษผินหน้าตัวเองไปทางฝรั่งเศสที่ทำท่าเอือมระอาอยู่ข้างๆ ล... แล้วทำไมพวกนายถึงมาด้วยกันได้ละ ดูสิ แถมยังมาสายอีกต่างหากท้ายประโยคยังไม่วายแขวะ 

            วันนี้ฉันนัดแคนาดาก่อนนายต่างหาก นัดตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วด้วย แต่โดนเด็กที่ไหนก็ไม่รู้โทร.มางอแงตั้งแต่เช้า คุณพี่ก็เลยต้องพาแคนาดามาด้วยอย่างนี้เนี่ยหรี่ตามอง เด็กงอแงที่ชักเริ่มเลิ่กลั่ก อุตส่าห์มาให้แล้วยังบ่นอีกด้วยแน่ะ!” 

            ฮ... ฮึ! ก็ไม่ได้ง้อสักหน่อย ถ้าไม่อยากมาก็ไม่ต้องมาเซ่!” 

            โธ่... คุณฝรั่งเศส คุณอังกฤษ อย่าทะเลาะกันตรงนี้เลยครับ แคนาดารีบปราม เพราะสายตาของชาวเมืองคนอื่นๆ เริ่มจะพุ่งตรงมาทางพวกเขาเสียแล้ว 

            เห็นแก่แคนาดาหรอกนะเจ้าบ้านพูด สะบัดหน