[Ori] คำตอบ
posted on 27 Oct 2009 21:58 by fourseasons in Ori
* เอนทรี่ย์นี้เกี่ยวข้องกับคุณตรัยนะเออ ♥
** เอนทรี่ย์คุณตรัยเอนทรี่ย์อื่นๆ :
[x] ลีลาวดี (ลั่นทม)
[x] วันลอยกระทง
[x] Tag ความรัก ฉบับคุณตรัย
[x] โทรศัพท์
[x] no one can hold a candle --
[x] จดหมาย
[x] ห้วงคิด *ต้องอ่านสองเอนทรี่ย์ล่างก่อนจะมาอ่านเอนทรี่ย์นี้นะเออ
คำตอบ
นับตั้งแต่วันที่ได้บอกไป เขาก็รอคอยคำตอบมาตลอด
เขาไม่เคยเร่งรัด ไม่เคยออกปากถามโดยตรง ยังคงปฏิตัวเหมือนเดิม... หรือบางที อาจเพิ่มระดับการแสดงออกมากขึ้น เพราะในเมื่ออีกฝ่ายที่เคยซื่อไม่รู้เรื่องราวมาตลอดได้รู้เข้าแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะไม่พูดหรือแสดงอะไรออกมา
คงเรียกได้ว่า เขากำลังอยู่ในช่วงทำคะแนน
พยายามทำคะแนนให้ทิ้งห่างจากคนในความทรงจำของอีกฝ่าย แม้จะรู้ดีว่าเป็นการยากขนาดไหนก็ตาม
เพราะเขาเองก็เคยประสบ... ความรู้สึกฝังใจจากการสูญเสียคนที่ตัวเองรักมาก จึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของอีกคน
แต่เขาก็ยังหวัง... หวังว่าสักวันเขาจะลบภาพใครคนนั้นออก และเอาตัวเองเข้าไปแทนที่
แม้ไม่อาจมีค่าเท่า... ขอเพียงได้จับจองพื้นที่สักส่วนในใจของอีกฝ่ายก็มากเกินพอ
เขากำลังขับรถ ส่วนใครอีกคนนั่งอยู่ทางซ้ายมือของเขา
ในรถมีเสียงเพลงดังคลอเบาๆ เป็นเพลงคลาสสิคที่มีคนรู้จักให้เขาในช่วงปีใหม่ ทำนองฟังสบาย หากแฝงไว้ด้วยความเศร้าอยู่ในที
ต่างคนต่างเงียบ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจ
“คุณตรัย...”
“หืม”
“ผม...” อึกอัก เหลือบมองหน้าเขาแล้วก็ก้มลงอีก ท่าทางลำบากใจที่จะพูดถึงสิ่งที่อยู่ในใจจนเป็นเขาเสียเองที่ต้องกระตุ้น
“มีอะไรก็บอกมาเลยสิ ที่รัก ฉันรับฟังได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว”
แสร้งแหย่ เพื่อคลายความกังวลที่หลบซ่อนอยู่ในใจอีกคน
ไร้วาจาเอ่ยเถียงเช่นเคย ทำให้เขาเริ่มรู้สึกผิดสังเกต เลิกคิ้ว อาศัยจังหวะที่รถติดหันไปมองหน้าคนข้างตัว เห็นชัดถึงร่องรอยความลำบากใจ
“...พูดมาสิ”
นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสั่นไหว หันสบเขาตรงๆ วูบไหวเป็นระลอกก่อนจะเปลี่ยนไปสงบนิ่ง เช่นเดียวกับความจริงจังที่พาดผ่านใบหน้า แทนที่ความวุ่นวายใจซึ่งฉายชัดถึงเมื่อครู่
วินาทีนั้น เขารู้สึกสังหรณ์ไม่ดีนัก
และวินาทีต่อมา เขาก็เข้าใจว่าทำไมจึงรู้สึกเช่นนั้น
“ขอโทษนะครับ... แต่ผมไม่สามารถรักคุณตรัยได้...” เว้นช่วงเพียงให้พอหายใจ “...ผมมีคนที่รักอยู่แล้ว และถึงเขาจะไม่อยู่ข้างๆ ผม... ผมก็ยังไม่อยากให้ใครมาแทนที่เขาทั้งนั้นครับ...”
เหมือนโลกทั้งใบหยุดเวลาลงในตอนนั้น
ในที่สุดก็รู้...?
เขาคิดในใจ ชั่วขณะหนึ่ง เขารู้สึกโล่งอก ทั้งที่ใจอีกส่วนนั้นแสนเจ็บปวด
ความพยายามที่เพียรสร้าง... สุดท้ายไม่ก่อให้เกิดผลใดทั้งปวง
สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว เขายกยิ้ม ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ “ถ้าอย่างนั้น ระหว่างนี้ ขอให้ฉันได้อยู่ข้างเธอได้ไหม”
ไม่มีคำตอบใดๆ
“ไม่ว่าจะเป็นในฐานะอะไร... ขอพื้นที่ข้างๆ ให้ฉันได้อยู่คนหนึ่งได้ไหม” สายตาของเขายังมองตรงไปข้างหน้า ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าสีหน้าของอีกฝ่ายเป็นเช่นไร “เพราะฉันเองก็ยังรักเธอ... และยังไม่อยากให้ใครมาแทนที่เธอเหมือนกัน”
“...ครับ”
เขาคลี่ยิ้ม รู้สึกโล่งใจขึ้นมาอีกเปราะอย่างน่าประหลาด... อย่างน้อยเขาก็ยังมีสิทธิ์ยืนอยู่ข้างๆ คนที่เขารัก ...ความหวังของเขายังไม่หมดลงเสียทีเดียว เพียงแต่จะต้องใช้เวลานานเท่าไร เขาก็สุดจะคาดเดา
หรือบางที... อาจไม่มีวันนั้นเลยก็เป็นได้
นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญสักหน่อย
“ขอบใจ”
เขาหันไปสบตาอีกฝ่ายขณะพูดคำดังกล่าว แต่ภาพที่เห็นทำให้เขาถึงกับชะงัก
คนที่ปฏิเสธเขากำลังร้องไห้
เขาเปลี่ยนทิศทาง พารถเข้าจอดริมถนน จับไหล่คนที่กำลังร้องไห้อย่างไม่มีที่ท่าจะหยุดด้วยความตกใจ ไม่มีเสียงสะอื้นให้ได้ยิน แต่น้ำใสๆ ที่ร่วงหล่นก็กำลังทำให้เขาใจหาย
“ขอโทษนะครับ...” น้ำเสียงนั้นแสนแผ่วเบา “และก็ขอบคุณ... ขอบคุณจริงๆ ... ขอบคุณครับ คุณตรัย...”
เขาดึงอีกฝ่ายเข้าอ้อมกอด ซุกหน้าลงกับเส้นผมพลางพึมพำ
“เด็กบ้า... นี่นายขี้แงแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...”
ควรจะเป็นเขาที่ร้องไห้...
แต่แค่อีกฝ่ายร้องไห้แทน ความเศร้าในใจเขาก็มลายหายไปทั้งหมดแล้ว
ขอบคุณ...
ที่ยังอยู่ข้างๆ กัน
---------------------------------------------...
- ผลสืบเนื่องมาจาก MS :')
- ถึงจะปฏิเสธไปแล้ว แต่ก็ใช่ว่าสองคนนี้จะจบเท่านี้นะฮะ
เรายังมีเอนทรี่ย์ร้าวฉานที่ต้องตามไปง้อกันถึงลอนดอนให้เขียนให้ถึงอยู่ครับ!
- ที่จริงยังมีเอนทรี่ย์คุณตรัยเกี่ยวกับช่วงหลังจากบอกไปอยู่นิดหน่อย แต่ยังไม่ได้เขียน
ลัดคิวเอาอันนี้มาลงก่อน แฮ่
แล้วพบกันใหม่ฮะ :D
ปอลอ
มีใครรู้สึกบ้างมั้ยฮะว่ากกว.เปลี่ยนไป 
แต่มันคงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ร้องไห้แล้วล่ะ... จริงๆ นะ... :)
จากนี้ไปก็คงมึนเหมือนเดิม 555









