[APH Fiction] Rainy Warmth
posted on 04 Oct 2009 20:06 by fourseasons in Fic*เอนทรี่ย์นี้มีความเกี่ยวข้องกับเฮตาเลีย อนึ่ง เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่ เขียนโดยมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับองค์กรและประเทศต่างๆ เนื้อหาในนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงบนโลกนี้แต่อย่างใด กรุณาอ่านโดยใช้วิจารณญาณฮะ
Rainy
Warmth
aph.
alfred*arthur. g. mild romance.
ติ๋ง
ฝนหนึ่งหยดตกลงกระทบพื้น
ติ๋ง ติ๋ง
เม็ดที่สองและสามทิ้งตัวลงตามกัน
...ซ่า
จากนั้นจึงรวมตัวเป็นหยาดฟ้าจำนวนมากที่พร่างพรูลงสู่ผืนดิน
ภาพที่เห็นทำให้หนุ่มอเมริกันได้แต่ยืนอ้าปากค้าง
“อ๋า...”
เสียงอุทานแผ่วเบาหลุดตามออกมาจากริมฝีปาก
ร่างสูงใช้ดวงตาสีไพลินของตนมองผ่านกรอบแว่นไปยังผืนฟ้าเบื้องบน รับเอาภาพท้องฟ้ามืดครึ้มอึมทะมึนที่ก่อตัวอยู่เหนือศีรษะ และเม็ดฝนที่ทิ้งตัวลงยังพื้นดินเป็นจำนวนมหาศาลเข้าสู่นัยน์ตา พร้อมกับปากที่อ้าค้าง
มองกลับลงมาที่ตัวเอง พบว่าไม่มีอะไรติดตัวมากไปกว่าซองเอกสารสีน้ำตาลเข้ม
แล้วจะกลับโรงแรมยังไง!
เป็นคำถามต่อมาที่แล่นเข้าสู่ห้วงคำนึง
เขาหันซ้ายหันขวา หันกลับไปมองประตูบ้านของอังกฤษที่เขาเพิ่งจะเดินออกมาไม่นาน ปิดสนิทแถมยังดูท่าจะลงกลอน ทำให้คิดขึ้นได้ว่าถึงจะเคาะประตูยังไง อีกฝ่ายก็คงไม่ยอมเดินออกมาเปิดประตูรับเขาหรอก
เพราะก่อนจะเดินจากมาเมื่อครู่ เขาดันไปกวนประสาทจนอังกฤษโมโหเขาเข้าให้อีกแล้วน่ะสิ!
อเมริกายืนจ๋อย เริ่มสำนึกได้ว่าตัวเองไม่น่าจะทำพฤติกรรมแบบนั้นลงไป แต่ยืนจ๋อยได้ไม่นานก็รีบสะบัดหัว ยืดหลังยืนตรงพลางคิดว่า ‘ฮีโร่ไม่จ๋อยกับเรื่องแค่นี้หรอกน่า!’
มองฝนอีกครั้ง เริ่มหงอยอีกครา ถ้าไม่ติดที่มีเอกสารสำคัญติดอยู่ในมือ เขาคงวิ่งฝ่าฝนกลับโรงแรมที่พักไปนานแล้ว
ประเด็นคือกลัวจะทำเอกสารเปียก แล้วจะโดนบอสดุเข้าให้เท่านั้นล่ะ
เนื่องจากมีการประชุมทางการค้าจัดขึ้นที่อังกฤษ อเมริกาจึงเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจับจองที่พักในโรงแรมหรูใจกลางกรุงเพื่อร่วมการประชุมดังกล่าว และเมื่อการประชุมของวันนี้จบลง เจ้าบ้านก็เดินตรงมาหาเขาพลางทำหน้ากระอักกระอ่วนใจและกล่าวว่า
“มาคุยกันที่บ้านฉันหน่อยได้ไหม?”
อเมริกาเลิกคิ้วสงสัย มองอังกฤษที่ใบหน้าแดงก่ำแล้วก็แย้มยิ้มพราย แสร้งทำเสียงซื่อย้อนถาม
“มีธุระอะไรล่ะ?”
อีกฝ่ายตีหน้ามุ่ย ทำเสียงห้วนใส่ “ฮ... ฮึ ไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา!”
ประโยคดังกล่าวสามารถแปลจากภาษาเคิร์กแลนด์เป็นภาษาเอฟ โจนส์ได้ว่า “ที่จริงแล้วอยากให้มาจะตายต่างหากเล่า!”
และเพราะแบบนั้น เขาจึงเดินทางมายังบ้านของอังกฤษโดยที่ต่างคนต่างก็เงียบมาตลอดทาง
เมื่อย่างเท้าเข้าบ้านของอังกฤษ บรรยากาศเก่าๆ ก็ไหลเวียนอยู่รอบกาย อเมริกาจึงเปิดปากเริ่มบทสนทนา ตอนแรกๆ ก็เริ่มด้วยการคุยกันดีๆ ถึงจะมีจิกกัดกันบ้างแต่ก็ถือเป็นลักษณะเฉพาะในบทสนทนาของพวกเขา แต่พอเขาพูดติดตลกออกไปว่า
“ที่จริงแล้วคิดถึงฉันใช่มั้ยล่ะ?”
เจ้าบ้านก็ถึงกับหน้าขึ้นสีจัด ปฏิเสธเสียงแข็งแถมต่อว่าเขาสารพัด (“ใครมันจะไปคิดถึงนายกัน!” “ไอ้บ้า!” “หลงตัวเอง!”) และจบด้วย “กลับไปได้แล้ว!”
เท่านั้นล่ะ เขาก็พบตัวเองออกมาอยู่นอกบ้านของอังกฤษ แถมยังอยู่ในสถานะขยับไปไหนไม่ได้เพราะติดฝนอีกต่างหาก
ไม่น่าพูดแบบนั้นออกไปเลย...
ถึงจะคิดอย่างนี้สักกี่ครั้งกี่หนก็ไม่ทันการเสียแล้ว
“ที่จริงแล้ว...”
อเมริกาเหม่อมองฝน
“...ฉันก็คิดถึงนายเหมือนกันนั่นแหละ”
กระซิบเบาๆ กับตัวเอง ไม่หวังให้ใครได้ยิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่อยู่อีกฟากของประตู
แอ๊ด
แต่แล้วบานประตูก็กลับเปิดออก และกระแทกแผ่นหลังของเขาเข้าเต็มๆ !
“โอ๊ย!”
เขาร้องเสียงหลง หันขวับไปมองต้นเหตุพร้อมกับหัวใจที่พองโต (แต่แสร้งทำหน้าบูด หนึ่งเพราะเจ็บ สองเพราะหวังจะได้แกล้งงอนอังกฤษสักหน่อย)
แต่ภาพที่ปรากฏกลับทำให้ใจของเขาห่อเหี่ยวอีกครั้ง
เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าคือสาวใช้ประจำบ้านของอังกฤษ หาใช่ตัวเจ้าของบ้านไม่
เธอมีสีหน้าตกใจ ปากพร่ำขอโทษขอโพยยกใหญ่ อเมริกาจึงยิ้มรับคำขอโทษพลางกล่าวไม่เป็นไรเป็นจำนวนครั้งเท่ากับที่เธอบอกขอโทษ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเธอยืนส่งร่มสีฟ้าสดใสคันหนึ่งมาให้
อเมริกาส่งสายตาแทนคำถาม เธอจึงบอกกล่าวเป็นคำตอบ
“นายท่านฝากมาให้คุณค่ะ”
อีกครั้งที่หัวใจของเขาพองโต
“ท่านฝากให้บอกคุณว่า ‘คราวหน้าคราวหลังก็หัดพกร่มเสียบ้าง เจ้าเด็กบ้า!’ ด้วยค่ะ”
คราวนี้เขาหัวเราะ บอกขอบคุณเธอและแย้มยิ้มกว้างกว่าเก่า... ยิ้มทั้งตา ยิ้มทั้งปาก
ยิ้มจากใจ
อเมริกาครุ่นคิด หลับตาพริ้มขณะพินิจพิจารณาก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง ประกายสดใสฉายชัดในแก้วตาสีไพลินน้ำงาม แล้วเขาก็เอ่ย
“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ฝากถามคุณเจ้าบ้านให้หน่อยได้ไหมครับ ว่าจะให้เจ้าเด็กบ้าค้างที่นี่เลยได้หรือเปล่า?”
เธอผงกศีรษะรับ แต่ก่อนที่จะทันได้หมุนตัวกลับไปถามนายเหนือตามที่ถูกวาน เสียงขุ่นห้วนก็ดังขึ้นรับจากที่ไม่ใกล้ไม่ไกล
“ไม่ได้!”
เขาหัวเราะอีกครั้ง บ่น “งก” ด้วยระดับเสียงที่พอให้อีกฝ่ายได้ยิน กางร่ม และเดินออกจากหน้าบ้านของอังกฤษไปโดยยังได้ยินเสียงไล่หลัง
“เจ้าเด็กบ้า!”
ติ๋ง
ฝนหนึ่งหยดตกลงกระทบร่ม
ติ๋ง ติ๋ง
เม็ดที่สองและสามทิ้งตัวลงตามกัน
...ซ่า
จากนั้นจึงรวมตัวเป็นหยาดฟ้าจำนวนมากที่กลั่นตัวลงบนโลก
เขาเดินอยู่ริมถนน
แนบร่มกับตัวด้วยหัวใจที่อุ่นอวลด้วยไอแห่งความห่วงใย
FIN.
----------------------------------------------...
postscript;
- ไม่ได้เขียนฟิค APH นานมากฮะ!
- ไม่พอ ดองไว้เยอะด้วยล่ะ โปรเจคทั้งหลาย -ฮา
- เขียนเพราะช่วงนี้เสี้ยน คิดถึงเบย์เอย์ และเพราะฝนตกทั้งวัน ณ องครักษ์เมื่อวันหนึ่งในอาทิตย์ที่ผ่านมา เลยทำให้อยากเขียนอะไรที่เกี่ยวกับฝนครับ
- ไม่แน่ใจว่ายังเป็นเบย์เอย์อยู่ไหม? (หัวเราะ) ไม่ได้เขียนนานและก็ห่างหายไปนานมากจริงๆ ผิดเพี้ยนแต่ประการใดรบกวนชี้แจงด้วยฮะ
อนึ่ง อาทิตย์นี้ไม่ออนเอ็ม - FB จนกว่าจะถึงวันศุกร์หนอ
จำศีลอ่านไบโอให้แม่นฮะ จะได้ไปงานน้ำชาได้อย่างสบายใจ (ก่อนจะกลับบ้านมาทุกข์กับไบโอต่อ -"orz)
อ้อ ถึงมิ ได้พล๊อตรึยัง? (ฮาาา)
/โดนโบกดับ
แล้วพบกันใหม่ฮะ :D
(ในเร็ววัน... หวังว่า...)
ปอลอ
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์เอนทรี่ย์ที่แล้วมากฮะ *โค้ง*
เย็นลงเยอะมากแล้ว ตอนนี้... แต่่เมื่อวานอาการหนักมากจริงๆ อ่านออเคมต่อไม่ได้เลย (หัวเราะ)










เรื่องนี้สมชื่อเรื่องเลย ฝนตกพรำๆ แต่อุ่นใจ หวานแบบฝนที่ตกลงมาเป็นน้ำเชื่อมหรือเปล่าเนี่ย อิๆ
แหมมม ท่านอาเธอร์น่าจะยอมให้ค้างนะ จริงๆ อยากให้เขาค้างจะแย่อยู่แล้วใช่มั้ยล่า อิๆ
#1 By chibi on 2009-10-04 20:23