[APH Fiction] Colder than breeze

posted on 24 Mar 2009 23:34 by fourseasons in Fic

 

*เอนทรี่ย์นี้เป็นฟิคเฮตาเลีย อนึ่ง เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่เขียนโดยมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับองค์กรและประเทศต่างๆ เล็กน้อย เนื้อหาในนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงบนโลกนี้แต่อย่างใด กรุณาอ่านโดยใช้วิจารณญาณฮะ

 

Colder than breeze
aph. ivan*alfred*ivan, alfred*arthur. pg-13. mild angst. 090124; dear s_monjii.

 

            ความรักกับความชังห่างกันเพียงเอื้อมมือ

            หากบางครั้ง... ความรักที่เกิดขึ้นกลางความชังนั้น กลับแจ่มชัดและหนักแน่นเสียยิ่งกว่าความรักที่ยึดถือมั่นมาแสนนานเสียอีก

 

 

            อืม... เรื่องเงินเอาไว้ก่อนก็ได้น่า แต่แค่อย่าลืมส่งให้ครบก็แล้วกันนะ ลุง นะ

            ชายหนุ่มกรอกเสียงใส่หูโทรศัพท์ นัยน์ตาสีไพลินน้ำงามเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาเพิ่งเสร็จจากการประชุมไม่นาน และหลังจากที่ทำหน้าที่ของตนเสร็จก็มีเสียงเรียกเข้าตามมาทันใด เมื่อเห็นชื่อผู้ติดต่อมา แม้จะกำลังล้า อเมริกาก็ตัดสินใจรับแทบจะทันที

            ฟากปลายสายปล่อยลมหายใจพรืด น้ำเสียงที่เอ่ยตอบกลับมาเจือด้วยความทะนงตนดังเคย แต่ก็เคล้าด้วยความอ่อนระโหย ยังไงฉันก็คืนนายให้หมดในเร็ววันนี่แหละ

            เดี๋ยวก็ไม่มีเงินไปซื้ออาหารหรอก ทานอาหารที่นายทำเองบ่อยๆ น่ะ มันไม่ดีต่อสุขภาพกระเพาะหรอกนะ

            อังกฤษเงียบเสียงไปครู่ แม้ไม่เห็นหน้า อเมริกาก็พอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายกำลังทำหน้าอย่างไร คงจะชักหัวคิ้ว ทำหน้ามุ่ย แล้วที่สุดก็เปิดปากเถียง เจ้าบ้า! อาหารของฉันมันไม่ดีตรงไหนกัน

            บรรยากาศการสนทนาเรื่องเงินทองที่มีการยืมกันในช่วงสงครามพลันอันตรธานหายไป เมื่อเรื่องเก่าเล่าใหม่อย่างเรื่องอาหารของอังกฤษวกขึ้นมาในวงสนทนา

            เรื่องเก่าที่เล่ากี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

            เขายิ้ม ไม่ตอบคำ เบือนสายตากลับมายังภายในอาคาร ก่อนจะสะดุดเข้ากับเงาร่างของสาวน้อยผู้ช่วยงานที่ยืนอยู่ไม่ห่าง เธอขยับปากกระซิบบอกว่ามีคนรออยู่ เท่านั้น อเมริกาก็เลิกคิ้วสงสัย ยิ้มแล้วพยักหน้ารับเป็นเชิงว่าเดี๋ยวจะตามไป จากนั้นจึงกลับไปสนทนากับปลายสาย

            ถ้ามีพอจะคืนโดยไม่ลำบากเมื่อไหร่ก็ค่อยคืนแล้วกัน ฉันไม่เดือดร้อนหรอก ค่อยๆ คืนก็ได้

            แว่วเสียงบ่นพึมพำจากอังกฤษ แล้วไอ้บ้าห้าร้อยที่ไหนอยู่ดีๆ มันก็บอกว่าจะขอคืนโดยด่วน... ทีอย่างนี้มาบอกค่อยๆ คืนก็ได้เสียงถอนหายใจดังตามมาอีกหนึ่งคำรบ แต่ถ้านายว่าอย่างนั้น... ก็ได้ ตามใจ

            อเมริกายิ้ม เขาอยู่กับอีกฝ่ายมานาน มีหรือจะไม่รู้ว่านิสัยของอังกฤษเป็นอย่างไร... ทะนงตนไม่มีใครเกิน

            ถ้าอย่างนั้น แค่นี้ก่อนแล้วกัน ฉันมีงานต้องทำอีก เป็นฝ่ายอังกฤษเสียอีกที่จบบทสนทนาเอง อเมริกาจึงว่าตาม

            อืม

            แล้วจะแวะไปเยี่ยมนะ ลุง

            ไม่ต้องมาเลย

            อังกฤษวางโทรศัพท์ ไม่มีแม้แต่คำลาให้ได้ยิน

 

 

            เขาเดินไปตามโถงทางที่เคยคุ้น ผ่านหน้าห้องประชุม เลยหน้าห้องทำงาน และจบลงที่ห้องรับรองแขกภายในอาคารใหญ่อันเป็นสถานที่ทำงานของเจ้านายของเขา ในนั้นมีร่างสูงใหญ่ในเสื้อโค้ทตัวหนานั่งรอเขาอยู่ตรงเก้าอี้บุนวม หน้าตั้งตรงราวกับกำลังตั้งมั่นในการรอเขามาเยือน

            คนผู้นั้นคือรัสเซีย

            ฉับพลันเขาชะงักเท้า เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัวและตั้งใจ เพียงแค่เห็นหน้าของอีกฝ่าย ความรู้สึกบางอย่างก็พลันตีขึ้นมาอัดอยู่ที่หน้าอก แน่นจนแทบหายใจไม่ออก

            ความรู้สึกนั้นมีส่วนหนึ่งที่ดูคุ้นเคย คล้ายกับที่เขารู้สึกได้จางๆ ยามได้สนทนาและพบหน้าอังกฤษ หากความรู้สึกที่สัมผัสได้ยามอยู่กับรัสเซียนั้นกลับลางเลือน คล้ายถูกบดบังด้วยความรู้สึกอื่นที่ชัดเจนและรุนแรงกว่า

            อเมริกาส่ายศีรษะ บางทีเขาอาจคิดมากเกินไป ไม่สมกับวิสัยอเมริกาเลยสักนิด

            จริงอยู่ที่ช่วงนี้เขามีปัญหากับรัสเซียนิดหน่อย หลักๆ แล้วก็เป็นเพราะหลังจากช่วงสงคราม อีกฝ่ายก็ตั้งตนเป็นศัตรูกับเขาอย่างเห็นได้ชัด ปัญหาไม่ได้บานปลายถึงขั้นก่อให้เกิดสงครามครั้งถัดมาในนามของอเมริกาและรัสเซีย หากแต่ก็ทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับรัสเซียเปลี่ยนไป

            แต่เขาสองคนกำลังพยายามหันกลับมาจับมือ ประชุมเป็นระยะเพื่อสมานความสัมพันธ์

            การที่รัสเซียเดินทางมาหาเขาในวันนี้ก็คงเป็นเพราะการณ์นี้กระมัง

            ที่จริงแล้ว ตัวเขาในตอนแรกเองไม่ได้มีความขุ่นข้องกับรัสเซียเลยแม้แต่น้อย ถ้าไม่ใช่ว่าเพราะอีกฝ่ายประพฤติตนแข่งขันกับเขาเสียเต็มประดา บางทีเขาอาจไม่เกิดความรู้สึกที่รุนแรงอยู่ในใจเช่นยามนี้ก็เป็นได้

            ความชัง...

            อาจฟังดูแรงไป แต่ถึงจะใช้คำว่าเกลียดหรือไม่ชอบหน้าเพื่อให้ฟังดูเบาบางลง สุดท้ายความหมายก็เหมือนเดิมอยู่ดี

            ชายหนุ่มเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้ารัสเซีย พบว่าที่จริงแล้วอีกฝ่ายไม่ได้นั่งรอเขาอย่างที่คาด แต่กลับเป็นนั่งหลับอย่างแนบเนียนไปเสียนี่

            หากไม่เดินเข้าใกล้ ไม่มีทางที่จะรู้ได้เลยว่ารัสเซียกำลังหลับ

            เขายืนนิ่ง มองหน้าผู้มาเยือน ไล่จากกลุ่มผมสีอ่อนเรื่อยลงมาถึงดวงตาที่หลับพริ้ม จากนั้นจึงจบลงที่ริมฝีปากซึ่งปิดสนิท

            ทั้งที่เขากับรัสเซียเองก็เคยสนิทกัน ทำไมตอนนี้ถึงเป็นแบบนี้กันไปได้นะ...

            หรือจะเป็นเพราะเขาไม่แบ่งแฮมเบอร์เกอร์ให้รัสเซีย ก็ไม่น่าใช่ รัสเซียไม่ได้ชอบทานแฮมเบอร์เกอร์ของเขาสักหน่อยไม่ใช่หรือ

            อเมริกายังคงมองหน้ารัสเซียนิ่ง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวส่งผลให้เกิดอาการมวนในช่องท้อง เหมือนมีแรงปริศนาจากภายในกำลังบีบบังคับให้เขาทำอะไรบางอย่าง เมื่อรู้ตัวอีกที เขาพบว่าใบหน้าของตนอยู่ห่างจากรัสเซียไม่ถึงคืบ

            ถึงอย่างนั้น แทนที่อเมริกาจะถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงไปเรื่อยๆ จากที่เคยอยู่ห่างกันในระยะพอสมควร ถึงตอนนี้กลับสัมผัสได้แม้ลมหายใจสม่ำเสมอของอีกฝ่าย

            เขาหยุดนิ่ง สรรพสิ่งรอบกายล้วนเงียบงัน

            ...บ้าเอ๊ย เสียงสบถอุบดังขึ้น ก่อนที่เจ้าของสถานที่จะถอยกายออกมา ใบหน้าคมคายขึ้นสีเรื่อ แต่ริมฝีปากกลับกระตุกยิ้มหยัน จากนั้นจึงตามด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ไม่อาจคาดเดาความหมาย

            หากไม่ใช่เพราะบทสนทนากับอังกฤษก่อนหน้านี้ดังขึ้นมาในหัว เขาอาจเผลอทำสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยลงไปแล้วก็เป็นได้

            ตอนนี้ อเมริกากับรัสเซียเป็นศัตรูกันอยู่ไม่ใช่หรืออย่างไร...

            แล้วเมื่อครู่นี้ เขากำลังจะทำอะไรลงไปกัน

            สงสัยจะทำงานมากเกินไปเสียแล้วล่ะมั้งเรา ฮีโร่ก็ต้องมีเวลาพักผ่อนบ้างล่ะน้า เขาพูดติดตลกกับตัวเอง ยกมือขึ้นเสยผมให้พ้นทางสายตา หมุนตัวกลับ หมายจะเดินไปนั่งรอบนเก้าอี้อีกตัวจนกว่ารัสเซียจะลืมตาขึ้นมา

            อเมริกาไม่คาดคิดเลยว่าจะโดนรั้งตัวไว้โดยยังไม่ทันได้ทำในสิ่งที่คิด อีกทั้งยังโดนดึงจนกลับมาสบกับเจ้าของนัยน์ตาสีอเมทิสต์อีกครั้ง

            รอยยิ้มบางระบายขึ้นบนใบหน้าของรัสเซีย

            เมื่อครู่นี้... คิดจะทำอะไรหรือครับ? อเมริกา

            คนโดนถามยิ้ม ขืนตัวออกห่างและตอบด้วยน้ำเสียงสดใสเปี่ยมพลังดังเคย เปล่านี่

            อย่างนั้นหรือครับ?

            ก็อย่างนั้นแหละ

            เมื่ออีกฝ่ายถาม เขาก็ย้อนตอบ ไม่ได้มีเจตนาจะยอกย้อนกวนใคร แต่บางทีคนฟังอาจตีความเช่นนั้นไปก็ได้

            ถ้าอย่างนั้น...

            อเมริกาเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจความนัยในประโยคที่ไม่ได้รับการเอ่ยจนจบ แต่ความข้องใจของเขาก็มีอยู่ไม่นาน เมื่อวินาทีต่อมา รัสเซียออกแรงดึงอีกครั้ง คราวนี้ส่งผลให้ริมฝีปากของเขาสองคนประกบกันพอดิบพอดี

            ไม่มีเสียงประท้วงใดๆ ดังออกมา มีเพียงความตกตะลึงพรึงเพริดในใจของอเมริกาที่มากเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

            ไม่ใช่เพียงเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ยังเป็นเพราะสัมผัสที่เย็นเยียบจนสัมผัสได้

            อเมริกาไม่เคยรู้มาก่อนว่ารัสเซียนั้นหนาวเหน็บถึงเพียงนี้

            รัสเซียผลักเขาออก ระบายรอยยิ้มขึ้นบนริมฝีปากอีกครั้ง ผมทำเองแล้วกันครับ

            อเมริกาได้แต่ยืนนิ่ง จากนั้นจึงพยายามฉีกยิ้มเต็มใบหน้า ความตกใจยังไม่จางหาย แต่สติก็ไม่ได้กระเจิดกระเจิงไปด้วย

            เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังกลั่นแกล้งเขา พยายามจะก่อกวนสติของเขาให้แตกกระเจิง แต่อเมริกาจะไม่ยอมให้สิ่งที่รัสเซียหวังเป็นไปตามที่อีกฝ่ายตั้งใจได้เด็ดขาด

            เขาไม่ยอมง่ายๆ หรอกน่า...

            อเมริกา ไม่นั่งหรือครับ เดี๋ยวก็คุยกันไม่เสร็จสักทีหรอกนะ

            คนต้นเหตุหยอดคำถามมาพร้อมรอยยิ้มที่ประดับอยู่เป็นนิจ แต่คราวนี้ไม่ใช่รอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความเป็นมิตร หากแต่เป็นรอยยิ้มอย่างผู้มีชัยเสียมากกว่า

            อเมริกาเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวอย่างว่าง่าย สะบัดเอาความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัว และเริ่มบทสนทนาเป็นงานเป็นการกับรัสเซียด้วยท่าทางที่กึ่งจริงกึ่งเล่นเช่นเคย

            รัสเซียก็แค่อยากจะแกล้งเขาเล่น แค่อยากจะเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนใจของเขาเท่านั้น

            พวกเขาสองคนกำลังตั้งตนเป็นอริซึ่งกันและกัน การกระทำแทบทุกอย่างแฝงด้วยความแก่งแย่งชิงดีทั้งนั้น

            การกระทำของพวกเขาตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่ชอบหน้ากัน

            สัมผัสที่หนาวเหน็บเมื่อครู่นี้ก็ไม่ได้ทำให้เขาเคลิบเคลิ้ม เพราะเขารู้ถึงความนัยของสัมผัสดังกล่าว ยิ่งหากให้เทียบกับสัมผัสที่อบอุ่นและเจือความเก้อเขินเป็นครั้งคราวจากคนที่อยู่ ณ อีกฝั่งฟากมหาสมุทร ยิ่งเป็นสัมผัสที่แสนเย็นชาจับจิตจับใจ

            ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ...

 

 

            ...แล้วทำไม เขาถึงห้ามเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นรัวอยู่ในอกไม่ได้เสียที...

 

 

FIN?

--------------------------------------------...

postscript;
- อยากบอกว่า คู่สงครามเย็น เขียน.ยาก.มาก.ครับ
เพราะว่า มันเป็นช่วงที่อัลเฟรด (ในความคิดผม) คล้ายกับช่วงอินดีเพนเด้นท์น่ะ ซึ่งจะอยู่ในด้านที่ค่อนข้างมืด
แต่ขณะเดียวกัน ผมก็มองว่าอัลฟ์ช่วงนี้มีความเป็นผู้ใหญ่พอตัว จะมืดแบบ AKY ไม่ค่อยเปิดเผย
และขณะเดียวกัน ก็อยากเขียนให้อัลฟ์มีความคิดที่ค่อนข้างมองโลกในแง่ดีตามฉบับอเมริกันด้วย
อา... แบบนี้เขาเรียกว่า โลภมากลาบ (เอ๊ย ลาภ) หายครับ...
ยอมรับเลยครับว่า OOC ฮือ.................
- การยืมเงินข้างต้นอ้างอิงจากสัญญา lend-lease ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองตอนศึกชิงเกาะบริเตนครับ
เป็นช๊อตหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่สักวันอยากจะเขียนมากเลยครับ
แหม ท่านอาเธอร์ใช้เวลาจ่ายหนี้ตั้งหกสิบปีเชียวนะครับ (ทำหน้าเพ้อฝัน)
- พื้นที่เล็กๆ ถึงเจ้าของฟิควันเกิด
ผมก็รู้นะครับ ว่ามันผ่านมาสองเดือนแล้ว ผมน้อมรับผิดครับ กร๊าก
ความจริงที่ฟิคมันมาช้า ก็เพราะคู่นี้วางพล๊อตยาก เขียนยากนั่นแหละ! (<< ไม่ได้เรื่องเองแล้วพาลนี่หว่าาา)
เขียนคู่สงครามเย็นให้แล้วนะ สุดท้ายก็เขียนจนได้ เห็นม้าาา
พูดจริงๆ นะครับว่าเขียนแล้วแอบเคลิ้มล่ะ เริ่มรู้สึกว่า อัลเฟรด เอฟ โจนส์นี่ก็เป็นอุเคะที่ดีได้เหมือนกันนะ!
งวดหน้าเอาเอย์เบย์ดีมั้ยครับ? กร๊ากกก
(ล้อเล่นน่ะ... ก็รู้นี่ว่าผมสายเอย์เคะ...)

 

 

 

 

 

 

 

สุดท้ายนี้
อยากจะบอกกับลุงม่อนว่า...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ของขวัญจริงๆ นั้น...
อยู่ทางนี้จ้ะ...

 

อันนี้...
ของแถม

 

 

 

*เผ่น*

- สำหรับทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้
ขอบคุณมากๆ ครับ และขออภัยในความบ้าบอข้างต้น ถ้าสนใจฟิคสวีฟิน ก็ตามลิงค์ข้างบนไปได้ครับ

แล้วพบกันใหม่ครับ~

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบคู่นี้คะ...เขียนได้ดีจริงๆ ชอบมุมมองของอัลฟ์ในตอนนี้ มากๆ

ปล.เอย์เบย์น่าสนใจนะคะ

#5 By K.D. on 2009-08-29 21:45

XD กะรี๊ดดดดด คู่สงครามเย็นนนนนนน นนน นน น
กำลังจะหลง อัลฟ์*อีวาน*อัลฟ์ แบบกู่ไม่กลับแล้วน้า

หรือจะเป็นเพราะเขาไม่แบ่งแฮมเบอร์เกอร์ให้รัสเซีย ก็ไม่น่าใช่ รัสเซียไม่ได้ชอบทานแฮมเบอร์เกอร์ของเขาสักหน่อยไม่ใช่หรือ
โอย ฮาอันนี้มากกกกกกกกก สมกะที่เป็นอัลฟ์

อั๊ย...คิสอันเย็นเยียบของท่านอีวาน ,,= =,,

อัลฟ์เอ๊ย ทั้งๆที่มีคนที่อยู่อีกฟากมหาสมุทร ยังใจเต้นกะท่านอีวานอีกนะ ใช้ไม่ได้เลยนะนาย XD

ปล ครับหลาน อัลฟ์เคะก็ดีครับ(แต่ไม่เคะท่านเต้อนะครับ ไม่ดีไม่เอา)

#4 By S_MoNJii on 2009-03-29 00:40

คุณคิดอะไรอยู่ครับวินน์

ห่าน

นึกว่าเอฟโจนส์จะเสียนามสกุล

อย่าอิงประวัติศาสตร์มากเรยครับ ผมไม่ถนัดsad smile

#3 By Micky" on 2009-03-25 11:39

เอย์เบย์... ดิฉันพลัดตกจากเก้าอี้ในบัดดลค่ะ..
อ่อ ล้อเล่น 555 อุแหม่..........

เหมือนมองเห็นกล้ามลอยมาจากทั้งฝั่งอัลฟ์และฝั่งอีวาน...
เอ๊ะ... แบบนี้เข้าข่าย K กระจาย Y กระเจิงหรือเปล่านะ ?

รู้สึกได้ถึงรัศมีความอาฆาต อำมหิต พิษ ร้ายกาจแผ่ออกมาเป็นวงกว้างจากอีวานซามะมากๆเลย...
โดยเฉพาะตอนดึงเข้าไป...คิสสส..

เป็นมุจจุราชคิสมาก พราก....

#2 By พินสะดุ่ย on 2009-03-25 01:14

^ ^

รออ่าน...

#1 By ป ลื้ ม(zy) on 2009-03-25 00:51