[APH Fiction] 5 (Christmas, Alcohol and Hero) [3]

posted on 31 Dec 2008 23:51 by fourseasons in Fic

*เอนทรี่ย์นี้มีความเกี่ยวข้องกับเฮตาเลีย อนึ่ง เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่เขียนโดยมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับองค์กรและประเทศต่างๆ  เนื้อหาในนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงบนโลกนี้แต่อย่างใด กรุณาอ่านโดยใช้วิจารณญาณฮะ

 

5 (Christmas, Alcohol and Hero)
aph. alfred*arthur, francis*mathew. pg-13. romance, crack?
 

 

[3.]

 

ผมรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนขี้เกรงใจ คิดไปเองอยู่ฝ่ายเดียว และก็พูดน้อย เอกลักษณ์ประจำตัวหรือก็ไม่ค่อยมีจึงมักทำให้คนอื่นมองข้ามไปได้โดยง่าย แม้แต่สัตว์เลี้ยงของผมยังลืมชื่อของผมเป็นประจำเลย และถึงผมจะเคยพยายามหาเอกลักษณ์ประจำตัวเองเพื่อให้คนอื่นจดจำได้ แต่มันก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ไม่ว่าจะอย่างไร ภาพที่คนอื่นมองเห็นซ้อนทับกับตัวผมก็คือภาพพี่ชายของผมเสมอ

            เสมือนว่าผมเป็นประจกเงาสะท้อนภาพของเขา...

            ถึงกระนั้น บนโลกอันแสนกว้างใหญ่ใบนี้ ก็มีคนที่มองเห็นตัวตนของผมอยู่เสมอเช่นกัน เขามองเห็นผมเป็นคนแรก และเป็นคนที่รับรู้ตัวตนของผมอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แม้เขาจะทอดทิ้งผมไปบ้างตามวิสัยคนเสเพล แต่ผมก็รู้ว่าเขาไม่เคยลืมผม

            เขาคนนั้นคือคนที่นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาในห้องทำงานของคุณอังกฤษเสมือนหนึ่งเป็นบ้านของตัวเองก็ไม่ปานในเวลานี้ และเขาก็คือคู่ปรับควบตำแหน่งอดีตพี่ชายของคุณอังกฤษ... คุณฝรั่งเศส

            ...ผมก็เข้าใจนะว่าคุณสองคนสนิทกัน แต่ถือวิสาสะบุกเข้าห้องเขาแล้วใช้เหมือนเป็นพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองแบบนี้มันจะดีหรือครับ เกิดเขาเสร็จธุระปะปังกับอเมริกาแล้วเดินกลับห้องมาเจอคุณอยู่ในห้องของเขาแบบนี้ ผมก็กลัวคริสต์มาสที่บ้านเขาจะกลายเป็นคริสต์มาสสีเลือดไปเสียนะ

            ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่าผมห่วงคุณนะครับ... คือห่วงก็ห่วง ยังไงคุณก็เคยเป็นคนดูแลผม แต่ผมห่วงสวัสดิภาพบ้านคุณอังกฤษมากกว่า

            นี่ แคนาดา

            ขณะที่ผมคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย คุณฝรั่งเศสก็ส่งเสียงเรียกผม ทำเอาผมแทบสะดุ้ง ขานรับด้วยเสียงติดจะตะกุกตะกักเล็กน้อย ค... ครับ?

            ผมสังเกตเห็นความสงสัยในแววตาของเขา ท่าทางจะทันเห็นตอนผมสะดุ้ง ...นี่ผมทำตัวเสียมารยาทกับเขาไปหรือเปล่านะ? ผมไม่ได้หวาดกลัวเขาหรืออะไรเทือกนั้น เพียงแต่ตกใจที่จู่ๆ เขาก็เรียกผมเท่านั้นเอง

            ...ตกใจหรือ?

            รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเป็นรอยยิ้มบางๆ คล้ายกับคนเหนื่อยอ่อน แย่แล้ว นี่ผมทำให้เขารู้สึกแย่จริงๆ หรือเปล่านะ?

            ทั้งที่ผม... ดีใจที่เขาเรียกชื่อของผมมากแท้ๆ

            เปล่านะครับ แค่เหม่อไปนิดหน่อยเท่านั้นเองผมตอบพลางส่ายหัวไปมา ผมสะบัดไปตามทิศทางที่ผมขยับ

            เขามองผมพักหนึ่ง จากนั้นจึงปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ดูท่าทางจะขำขันเอาการเลยทีเดียว นี่ผมทำอะไรให้เขาขำอีกละนี่

            จ้า ไม่ได้ตกใจก็ไม่ได้ตกใจคุณฝรั่งเศสขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงโซฟาดีๆ แล้วก็ยกมือขึ้นตบลงบนที่ว่างข้างๆ ผมพลางกล่าว มานั่งด้วยกันสิ ยืนอยู่ตรงนั้นทำไม หรือว่ามีหนังสืออะไรในห้องของเจ้านั่นที่อยากอ่านกัน หืม?

            ผมหน้าแดงวาบ หัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ หันไปมองชั้นหนังสือที่ตั้งสูงเสียดกำแพง ทำทีเป็นกวาดสายตาไล่อ่านไปตามรายชื่อหนังสือบนชั้น ตอบเขาไปแบบส่งๆ อา ครับ...

            ไม่ต้องมองสายตาเขา ผมก็รู้ว่าเขารู้ว่าที่จริงผมไม่มีความคิดที่จะอ่านหนังสือบนชั้นเหล่านั้นอยู่สักนิด

            มองไปก็ไม่มีหนังสือน่าอ่านหรอก จะมีก็แต่นิทานปรัมปรา เรื่องผีสาง แล้วก็ภูติพรายหรือไม่ก็ยุทธศาสตร์การรบกับการเงินเท่านั้นแหละ มานั่งกับฉันตรงนี้ดีกว่า มามะคุณฝรั่งเศสยังคงไม่เลิกคะยั้นคะยอผมโดยง่าย ถ้าไม่มีมานั่งดีๆ ฉันจะอุ้มมานะ จะเอายังไง?

            โดนขู่แบบนั้นเข้าไป ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามคำพูดของเขา พาเอาตัวเองเดินไปนั่งลงข้างเขาด้วยใบหน้าที่ติดจะแดงไม่ใช่น้อย หลังตรง ขาชิดติดกัน และวางมือไว้บนตัก ท่าทางสงบเสงี่ยมจนคุณฝรั่งเศสถึงกับหลุดขำออกมาอีกรอบ

            ให้ตาย... นี่ผมไม่ใช่ตัวตลกนะครับ จะได้ทำอะไรให้คุณขำอยู่เนืองๆ น่ะ

            เกร็งที่ต้องนั่งกับฉันขนาดนั้นเชียวหรือ?เขาถาม

            เปล่านะครับ ทำไมผมถึงจะต้องเกร็งที่นั่งกับคุณด้วยล่ะ ยังไงคุณก็คือคุณฝรั่งเศสนะครับ...

            คำพูดของผมถูกหยุดด้วยมือของเขาที่เลื่อนมาแตะปากผมไว้ นัยน์ตาของเขาสบลึกเข้ามาในดวงตาของผม แววบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในนั้นทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเผลอขยับถอยเล็กน้อย เรียกฉันว่าฟรานซิสสิ...

            ผมกลืนน้ำลายลงคอ มันช่างเหนียวหนืดจนผมรู้สึกอึดอัด คุณฟรานซิส...

            ดีมากเขายกยิ้มขึ้นที่มุมปาก แต่กลับไม่ยอมดึงนิ้วออก และใช้มันไล้ไปมาอยู่บนริมฝีปากของผมแทน เอาล่ะ พูดต่อสิ

            ผมชะงักงัน ลืมสิ้นไปหมดแล้วว่าก่อนหน้านี้พูดอะไรเอาไว้ ได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่นานแสนนานกว่าจะรวบรวมความคิดที่กระเจิดกระเจิงไปกับนิ้วที่หยอกล้อผมไม่รู้จักหยุดให้กลับเข้าที่ เอ่อ ยังไงคุณฟรานซิสก็คือคุณฟรานซิส เป็นคุณฟรานซิสที่ผมอยู่ด้วยมาตั้งแต่เด็ก ถ้าผมกลัวคุณ... ก็คงอยู่กับคุณมาไม่ได้หรอกครับ

            แต่เธอก็ได้อยู่กับฉันแค่ไม่นานเองนี่ หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกอังกฤษพาไป คุณฝรั่งเศสวางมืออีกข้างลงบนต้นขาของผม ถือวิสาสะลูบไล้ไปมาอย่างไม่ปล่อยให้ผมตั้งตัว จะไม่ชินที่ต้องอยู่กับฉันนานๆ ก็ไม่เห็นแปลกไม่ใช่หรือ

            คุณพูดแบบนี้ หวังให้ผมตอบอะไรอยู่หรือเปล่าครับ ถ้าคุณหวัง บอกไว้ก่อนเลยว่าผมไม่รู้หรอกว่าคุณหวังอะไร คงได้แต่ตอบตามที่ผมคิดเท่านั้นล่ะ

            แต่สำหรับผม...ผมจับมือที่ซุกซนอยู่ด้านล่างไว้ เกรงว่ามันจะเลยเถิดไปถึงไหนต่อไหนเสียก่อน คุณคือคนดูแลผมคนแรก และคนแรก... สำหรับผมก็คือคนสำคัญครับ

            คุณฝรั่งเศสชะงักมือ แววประหลาดใจฉายชัดในแววตา ส่วนผมได้แต่จับมือเขาไว้ จับไว้นานจนรู้สึกได้ว่าบริเวณปลายนิ้วนั้นช่างหนาวเย็นเหลือเกิน

            แล้วในใจของคุณที่ต้องทนมองคุณอังกฤษกับอเมริการักกันอยู่ต่อหน้าคุณแบบนั้น... มันหนาวเหน็บเหมือนกับมือคู่นี้หรือเปล่านะ?

            อีกอย่าง...ผมสูดลมหายใจเข้าลึก สะบัดเอาความคิดฟุ้งซ่านอันแสนน่าอายนั้นออกไปจากสมอง คุณก็เป็นคนที่จำผมได้ตลอดด้วย ถ้าจะให้ผมกลัวคนที่ใจดีกับผมขนาดนั้น... ผมว่าผมคงเป็นคนที่ใจร้ายมาก

            พูดไปแล้วก็แสนจะกระดากอายเสียเหลือเกิน นี่ผมเป็นอะไรนะ? ทำไมถึงพูดเรื่องแบบนี้ได้ง่ายๆ อย่างนี้ หรือเพราะว่าวันนี้เป็นวันคริสต์มาสกัน

            เหตุผลที่นำมาอ้างอิงนั้นช่างไม่สมเหตุสมผลจนน่าเศร้าใจ และชวนให้สงสัยยิ่งกว่าเดิมว่าบางทีผมอาจจะเกิดอาการเครื่องรวนไปแล้วจริงๆ ก็ได้ถึงคิดอะไรพิลึกพิลั่นขนาดนี้

            ผมโบกไม้โบกมือไปมา ปล่อยมือของเขาออกโดยอัตโนมัติ และส่งผลให้เขาดึงมืออีกข้างของเขาออกห่างจากผมโดยไม่ได้ตั้งใจ ผ... ผมก็พูดจาไม่รู้เรื่องเลยนะครับ ฮ่ะๆ ขอโทษครับ ขอโทษ...

            ขอโทษอะไรกันล่ะ เธอทำอะไรผิด หืม?คุณฝร... ฟรานซิสยกมือขึ้นขยี้แก้มผม