[APH Fiction] 5 (Christmas, Alcohol and Hero) [1]

posted on 25 Dec 2008 12:48 by fourseasons in Fic

*เอนทรี่ย์นี้มีความเกี่ยวข้องกับเฮตาเลีย อนึ่ง เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่เขียนโดยมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับองค์กรและประเทศต่างๆ  เนื้อหาในนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงบนโลกนี้แต่อย่างใด กรุณาอ่านโดยใช้วิจารณญาณฮะ

 

5 (Christmas, Alcohol and Hero)
aph. alfred*arthur, francis*mathew. pg-13. romance, crack?

 

[1.]

 

คริสต์มาสคือเทศกาลแห่งความสุข เป็นเทศกาลฉลองการประสูติของพระเยซูเจ้าผู้บังเกิดมาเพื่อไถ่บาปให้มวลมนุษย์ เป็นเทศกาลสำคัญสำหรับชาวคริสต์ทุกนิกายและทั่วทุกมุมโลก แม้จะมีวิธีการฉลองที่แตกต่างกันไปตามธรรมเนียมของแต่ละประเทศ หากก็ล้วนแล้วแต่มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลรวมใจระดับโลกเลยทีเดียว

            เมื่อตอนยังเด็ก มักมีคนคอยเล่าเรื่องของคุณลุงพุงพลุ้ยท่าทางใจดีชื่อซานตาคลอสที่คอยแจกของขวัญให้เด็กๆ ในคืนวันคริสต์มาสให้ผมฟังอยู่เสมอ ใครคนนั้นมักจะคอยกำชับว่าถ้าอยากได้ของขวัญก็จะต้องเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน และยังเสริมอีกว่าจะต้องหลับให้สนิทตลอดคืนนั้น ห้ามแอบมองซานตาคลอสเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นท่านจะไม่ให้ของขวัญอีก ซึ่งผมกับพี่ชายก็รับคำอย่างดี ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพราะกลัวซานตาคลอสจะหนีไป

            และเมื่อลืมตาขึ้นในเช้าวันที่ยี่สิบหก สิ่งที่ผมพบก็คือของขวัญใต้ต้นคริสต์มาส สำหรับผมกับพี่ชายคนละสองชิ้น ทั้งสองชิ้นเป็นของขวัญจากซานตาคลอส

            คิดดูแล้วก็เป็นเรื่องแปลก ทำไมคุณลุงชุดแดงจะต้องให้ของพวกผมตั้งเยอะแยะทั้งที่ยังมีเด็กรอของขวัญอีกหลายคน แต่ตัวผมในตอนนั้นยังเด็กเกินกว่าจะสงสัย จึงปล่อยให้ความข้องใจหายไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งวันเวลาผ่านไปหลายปี เมื่อเราสองพี่น้องโตขึ้นจนต่างแยกย้ายกันอยู่ จู่ๆ พี่ชายของผมก็ปรากฏตัวขึ้นในเช้าวันที่ยี่สิบหกของปีหนึ่ง พร้อมพาเอาคุณซานตาคลอสมาหาผมด้วย

            และซานตาคลอสคนนั้นก็คือคนที่คอยเล่าเรื่องวันคริสต์มาสให้พวกผมฟังนั่นเอง

            ถึงตอนนี้ ผมก็ยังจำได้แม่นยำถึงใบหน้าที่แดงเถือก เสียงละล่ำละลักแก้ตัวอย่างคนโดนจับได้ และรอยยิ้มขัดเขินกึ่งงงงวยเมื่อจู่ๆ ผมกับพี่ชายพร้อมใจกันขอบคุณเขา

            ทั้งที่ผมเคยมีวันคริสต์มาสที่สนุกสนานมากขนาดนั้นแท้ๆ ทำไมปัจจุบันนี้คริสต์มาสของผม... ไม่สิ คริสต์มาสของคนทั้งโลกถึงได้ดูเหี่ยวเฉานักนะ

            ผมคิดขณะนั่งมองดูอดีตคุณซานตาคลอสควบตำแหน่งอดีตผู้ปกครองของผมนอนทำหน้าตึงอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องรับแขกที่บ้านของเขา... บ้านของคุณอังกฤษ

            อาจเพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยขึ้นทุกวัน เศรษฐกิจที่แย่ลงเรื่อยๆ พร้อมกับมาตรฐานและความมั่นคงทางชีวิตของประชาชนที่เริ่มสั่นคลอน พวกเราหลายคนจึงได้ฉลองเทศกาลคริสต์มาสกันบนเตียงแทนที่จะเป็นนอกบ้านอย่างเคย แน่นอนว่าแม้แต่คุณอังกฤษยังไม่สามารถหนีวิกฤตนี้พ้นจึงมีสภาพเป็นอย่างที่เห็น

            ที่จริงแล้วผมเองก็ไม่สบายนักหรอก ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะออกจากบ้านนัก ยิ่งวันนี้เป็นวันหยุดคริสต์มาสอีฟ ผมยิ่งอยากใช้เวลาเก็บของในบ้านเข้าไปใหญ่ แต่เพราะคนที่เรียกผมมาคือคุณอังกฤษ ผมจึงจำต้องมาอย่างช่วยไม่ได้

            เมื่อมาถึงแล้วก็พบเขานั่งตัวร้อนผ่าวๆ อยู่ที่โต๊ะทำงาน ปลุกปล้ำกันเกินครึ่งชั่วโมงกว่าจะเกลี้ยกล่อมให้ผู้ใหญ่หัวดื้อย้ายสังขารมานอนหน้าบูดอยู่บนโซฟาได้ ส่วนตัวผมก็จองเก้าอี้ใกล้ๆ กันนั้นหนึ่งตัว

            สรุปว่าผมมาถึงบ้านเขาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาเรียกผมมาทำไม

            ผมมองหน้าเขาอีกครั้ง คุณอังกฤษกำลังหลับตา ท่าทางเหมือนกำลังจะหลับ ผมเกิดความลังเล ไม่แน่ใจว่าควรจะเรียกเขาอีกหรือไม่ กลัวว่าประเดี๋ยวปลุกเขาตื่นแล้วจะโดนว่าเอา จึงหันไปมองเจ้าหมีขาวเพื่อนรักที่นั่งทำตาใสอยู่ข้างๆ

            คุมะจิโร่...

            ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารักจนละสายตาไม่ได้ ให้ผมนั่งมองทั้งวันยังทำได้เลยล่ะ

            ...แคนาดา?

            เสียงอู้อี้เล็กๆ ของคุณอังกฤษดังขึ้น ผมสะดุ้ง ขานรับด้วยเสียงที่ติดจะลนลานน้อยๆ ค... ครับ!?”

            เขาเลิกคิ้วนิดหน่อย มองผมด้วยสายตาประหลาดใจ ผมรู้สึกได้ว่าใบหน้าของตัวเองเริ่มร้อนผ่าวจึงได้แต่หัวเราะเบาๆ แก้เก้อ ดูเหมือนผมจะมองคุมะจิโร่เพลินจนลืมนึกถึงสิ่งรอบข้างอีกแล้วสินะ

            นี่นาย... เป็นแบบนี้ประจำเลยหรือไง?

            อา... บางครั้งครับ แล้วคุณอังกฤษเรียกผมมาทำไมหรือครับ?

            สาบานเลยครับว่าผมถามด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ไม่รู้คนฟังตีความไปแบบไหนถึงได้ชักหน้ามุ่ยทันใด แถมยังหันหน้าหนีแล้วพูดเสียงขุ่นใส่ผมอีก ฮึ... พวกนายสองพี่น้องนี่พอโตแล้วก็ไม่คิดจะมาหาคนเคยดูแลถ้าไม่ใช่เพราะเจ้านายสั่งเลยสินะ...

            ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าครับนี่?

            ว่าแต่ ถ้าพูดแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครประเทศไหนก็เป็นทั้งนั้นเหมือนกันแหละครับ แม้แต่คุณเองก็ยังเป็นเหมือนกันเลยนี่ คุณอังกฤษ นี่ยังไม่นับเรื่องที่คุณชอบลืมผม เอาไปสลับกับหมอนั่นทุกทีอีกนะ

            แล้วก็... คุณแน่ใจนะครับ ว่าคุณกับพี่ชายผมติดต่อกันเพราะเจ้านายสั่งอย่างเดียวน่ะ

            ถึงใจผมจะนึกถามอยู่แบบนั้น แต่เอาเข้าจริง สิ่งที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของผมก็กลับมีเพียงรอยยิ้มบางๆ เป็นเชิงขอโทษเท่านั้น เกิดมาเป็นแคนาดาก็แบบนี้แหละครับ ต่อล้อต่อเถียงกับใครเขาได้ที่ไหน

            คุณอังกฤษผ่อนลมหายใจยาว ท่าทางเหมือนหงุดหงิดไม่ใช่น้อยขณะกล่าว ที่วันนี้เรียกมา ก็เพื่อจะเจรจาค้าขายกับนายแล้วก็คุยเรื่องเจ้าเด็กไม่รู้จักโตอีกคนนั่นแหละ ต้องขอโทษด้วยที่เรียกมาในช่วงเวลาแบบนี้และด้วยสภาพแบบนี้ แต่นี่เป็นกรณีฉุกเฉินจริงๆ คิดว่านายคงเข้าใจ...

            นั่นไง สุดท้ายคุณก็เรียกผมมาด้วยเหตุผลเดิมๆ ไอ้เข้าใจก็เข้าใจอยู่หรอกว่าสถานการณ์ตอนนี้มันฉุกเฉินจริงๆ แต่พูดตามตรงแล้วผมก็อยากจะขอวันทำลืมมันไปสักหน่อยอยู่เหมือนกันนะ

            แต่ถึงบ่นไปก็เท่านั้น...

            ผมปลดปลงอยู่ในใจ

            ถ้าอย่างนั้น...คุณอังกฤษพยายามฝืนดันตัวลุกขึ้นนั่ง หยิบเอาเอกสารที่ติดมือมาจากโต๊ะทำงานตอนย้ายสังขารมานอนสมเป็นคนป่วยขึ้นมาเตรียมพร้อม แล้วถาม ...เริ่มคุยกันเลยดีไหม?

            ผมได้แต่พยักหน้า

            ครับ

            ผมเหลือบมองนาฬิกา

            อีกหกชั่วโมงจะถึงวันคริสต์มาส

 

 

ผมคุยเรื่องงานกับคุณอังกฤษนานเกิดคาด ตั้งแต่เวลาน้ำชา ไล่มาจนถึงเวลาอาหารเย็น รู้ตัวอีกทีก็ดึกเกินกว่าจะถึงเวลาที่ผมจะเดินทางกลับบ้านได้แล้ว คุณอังกฤษจึงชวนให้ผมค้างอยู่ที่บ้านของเขาเสียเลย ซึ่งเมื่อพิจารณาจากเอกสารที่ยังอ่านไม่หมดจำนวนหนึ่ง และสภาพท้องฟ้าภายนอกในขณะนั้นแล้ว ผมจึงตัดสินใจตอบตกลงไป

            จะว่าไป ผมเองก็ไม่ได้ฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับคุณอังกฤษนานมากแล้ว จะเรียกว่านี่คือโอกาสดีในการรื้อฟื้นความหลังได้ไหมนะ

            คุณอังกฤษไม่ตกแต่งบ้านมากนัก มีเพียงต้นคริสต์มาสปลอมต้นเล็กๆ หนึ่งต้นในมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นและมิสเซิ่ลโทแขวนตรงประตูอีกหนึ่งช่อพอเป็นพิธี ดูเหมือนว่าคนตกแต่งจะเป็นพ่อบ้านแม่บ้านภายในบ้านของคุณอังกฤษอีกต่างหาก ซึ่งผมก็ไม่แปลกใจนักหรอก เจ้าบ้านป่วยหนักขนาดนี้ จะให้ตกแต่งเลี้ยงฉลองกันเอิกเกริกก็กระไรอยู่

            ขณะนี้ผมยังคงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ศึกษาเอกสารทางการเงินพลางเหลือบมองนาฬิกาเป็นระยะ ตอนนี้เป็นเวลายี่สิบสามนาฬิกาสามสิบนาทีแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงวันคริสต์มาสสำหรับดินแดนแห่งนี้

            ตั้งแต่แยกกัน พวกเราก็ไม่เคยฉลองคริสต์มาสตรงกันอีก แถมส่วนใหญ่ยังออกแนวต่างคนต่างฉลองกันอีกต่างหาก ของขวัญจากคุณซานตาคลอสที่เคยได้รับเสมอ ผมก็ไม่ได้รับอีก ...แต่ผมในตอนนี้ก็โตขึ้นมากแล้ว จะให้ซานตาคลอสให้ของขวัญตลอดไปก็คงจะไม่ได้

            อากาศตอนนี้ค่อนข้างหนาว แม้จะมีเตาผิงให้ความอบอุ่นอยู่ แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะดึงผ้าผืนหนาที่คุณอังกฤษหามาให้กระชับเข้า ความง่วงงุนเริ่มรุมเร้า แต่ผมตัดสินใจว่าอย่างน้อยก็อยากจะอยู่ให้ถึงวันใหม่ก่อน หนึ่งก็เพื่อทำงานให้เสร็จ และอีกประการก็เพื่อรอกล่าวคำอวยพรวันคริสต์มาสให้คุณอังกฤษนั่นเอง

            คุมะจิโร่หลับอยู่ข้างๆ โซฟาไปนานแล้ว ในห้องที่มีแสงสว่างไม่มากนั้นมีเพียงผมกับต้นคริสต์มาส ส่วนคุณอังกฤษออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อสิบห้านาทีก่อน เห็นว่ามีธุระด่วน ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่ท่าทางตอนเขาออกจากบ้านดูหัวเสียอย่างไรชอบกล

            ผมยกกาแฟขึ้นดื่ม นึกขอบคุณหมอนั่นที่ส่งกาแฟมาบ้านคุณอังกฤษเป็นระยะๆ ไม่อย่างนั้นคืนนี้แค่ชาคงเอาผมไม่อยู่

            ยี่สิบสามนาฬิกาสามสิบห้านาที เสียงเอะอะอึกทึกดังออกมาจากนอกบ้าน ผมวางงาน ลุกขึ้นยืน เหลียวมองที่มาของเสียงด้วยความสงสัย ก่อนจะนิ่งไปด้วยความตะลึงเมื่อพบใครบางคนหิ้วคุณอังกฤษเข้ามาในห้องนั่งเล่น

            คนๆ นั้นบ่นอุบอิบ ไม่น่าเลยฉัน...

            บ่นอะไรของนาย!” คุณอังกฤษอาละวาดโวยวาย ใบหน้าแดงเรื่อยิ่งกว่าเดิม คราวนี้ผมว่าคงไม่ใช่แค่เพราะป่วยแล้วล่ะ แต่คงเพราะเมาด้วยแน่ๆ อย่างนายมีสิทธิ์มาบ่นด้วยเหรอ ฉันสิ ฉันน่ะนะ...

            จ้ะ เลิกบ่นได้แล้วจ้ะ พี่ฟรานซ์เมื่อยหู ขี้เกียจฟังชายหนุ่มบ่นด้วยท่าทางเหมือนจะเหนื่อยหน่ายใจ ดวงตาสีอเมทิสต์เหลือบมาเห็นผมแล้วนิ่งไปนิด ก่อนจะแย้มยิ้มกว้าง ว่าไง แคนาดา ทำไมอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?

            ผมเองก็สงสัยเหมือนกันแหละครับ คุณฝรั่งเศส คุณมาป่วนอะไรบ้านคู่ปรับกัดหลายชาติของคุณในวันดีแบบนี้กันครับ กลัวเขาจะป่วยไม่พอเลยต้องมาป่วนเพิ่มหรือไงครับ เล่นเอาเขาต้องเผ่นออกจากบ้านตอนดึกดื่นไปรับคุณมาเนี่ย

            ผมยิ้มแห้ง ขยับตัวออกจากโซฟา พาเอากองงานทั้งหมดติดมือไปด้วยเพราะกลัวคุณอังกฤษจะอาละวาดปัดของร่วงหมด