[APH Fiction] Valentine's Rose
posted on 03 Mar 2010 01:18 by fourseasons in Fic
* เปลี่ยน theme แล้ว กด F5 ด้วยนะเออว์
*เอนทรี่ย์นี้มีความเกี่ยวข้องกับเฮตาเลีย อนึ่ง เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่
เขียนโดยมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับองค์กรและประเทศต่างๆ
เนื้อหาในนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงบนโลกนี้แต่อย่างใด
กรุณาอ่านโดยใช้วิจารณญาณฮะ
*เอนทรี่ย์นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ BL (Boy's Love)
ซึ่งเป็นเพียงจินตนาการของเจ้าของบล๊อคเท่านั้น
ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักของเฮตาเลียแต่อย่างใด
Valentine’s
Rose
aph.
alfred*arthur. g. romance.
สมัยเขายังเด็ก ทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เขามักจะพบช่อกุหลาบช่อโตในมือของอังกฤษเสมอ
บางครั้งก็เป็นกุหลาบที่ได้รับมาจากคนอื่น บางคราวก็เป็นกุหลาบที่อังกฤษตัดจากต้นเพื่อมอบส่งให้บรรดาหญิงสาวที่เขาไม่เคยเห็นหน้า อังกฤษมักจะสั่งคนงานให้ตัดกุหลาบแช่น้ำเตรียมไว้ตั้งแต่เช้าเสมอ เสร็จสรรพก็แต่งตัวเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วแล้วก้าวเท้าออกไปจากบ้าน
โดยทิ้งเขาเอาไว้เบื้องหลัง
ตัวเขาที่ยังเป็นเด็กไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่เล่นคนเดียวตามความเคยชิน เพราะก็มีหลายครั้งที่อังกฤษออกไปทำธุระโดยทิ้งเขาไว้คนเดียว พอตกเย็นอังกฤษก็จะกลับมาพร้อมกับกุหลาบช่อใหม่ในอ้อมแขน จัดแจงจับมันใส่แจกัน แล้วก็ส่งชอคโกแลตหวานอร่อยให้เขาที่รับด้วยความยินดี
เขาไม่เคยติดใจสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงได้ชอคโกแลตแทนที่จะเป็นกุหลาบ กระทั่งเขาโตขึ้นเรื่อยๆ และอังกฤษก็ไม่ได้อยู่กับเขาตลอดเวลาอีกต่อไป เขาจึงเริ่มนึกสงสัย
ในวันวาเลนไทน์ปีหนึ่ง เขาจึงเอ่ยปากถามอังกฤษ
“ทำไมผมถึงได้ชอคโกแลตล่ะครับ”
ดูท่าคนโดนถามก็จะไม่นึกว่าอยู่ดีๆ จะเจอคำถามนี้เข้าหลังเพิ่งส่งชอคโกแลตให้เขาตามธรรมเนียม อังกฤษมีสีหน้านึกคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง
“เพราะวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ไงล่ะ การให้ชอคโกแลตก็คือหนึ่งในวิธีบอกคนอื่นว่า ‘ฉันชอบเธอ’ สำหรับวันนี้น่ะ”
เขายังไม่ค่อยเข้าใจนัก จึงถามต่อ
“แล้วทำไมอังกฤษถึงให้กุหลาบกับคนอื่น แต่ให้ชอคโกแลตกับผมล่ะ”
อังกฤษไม่ตอบในทันที กลับนิ่งไปนานจนเขาคิดว่าคงไม่ยอมตอบแล้วแน่ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทางไม่แน่ใจ
“จะว่ายังไงดีละ...”
ดวงตาทั้งสองคู่สบประสาน ของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ของอังกฤษยังเจือปนด้วยความลังเล
“สำหรับคนอื่นอาจจะไม่ต่างกันก็ได้ แต่สำหรับฉันแล้ว... มันต่างกันอยู่นิดหน่อยนะ” อังกฤษว่าพลางหลับตา “...ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ก็... กุหลาบเป็นสิ่งที่เหมาะกับผู้ใหญ่ ส่วนชอคโกแลตมันเหมาะกับเด็กล่ะมั้ง”
คำตอบที่ได้รับทำให้เขาแทบปล่อยชอคโกแลตร่วงลงพื้น
ผมไม่อยากได้ชอคโกแลต
...ผมไม่อยากเป็นแค่เด็กสำหรับคุณ
อังกฤษเห็นเขาเงียบไปนานจึงมองหน้า ความเป็นห่วงฉายชัดในแววตาเช่นเดียวกับในน้ำเสียงที่เอ่ยถาม “เป็นอะไรหรือเปล่า อเมริกา สีหน้านายดูไม่ดีเลยนะ”
“ห๊ะ... ป... เปล่าฮะ” เขาแสร้งยิ้มร่าเริง
แม้จะดูยังติดใจสงสัย แต่อังกฤษก็ส่งยิ้มตอบให้เขา “ถ้าอย่างนั้น ไปทานข้าวเย็นกันดีกว่า ฉันหิวแล้วล่ะ วันนี้เดินทางไปนู่นไปนี่มาทั้งวันเลย” ว่าแล้วก็ก้าวเท้าผ่านหน้าเขาไปโดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่โต๊ะทานข้าว
เดินทางไปมอบดอกกุหลาบให้คนสำคัญของคุณสินะครับ...
ความคิดที่แล่นวาบขึ้นมาในห้วงคำนึงทำให้เขารู้สึกอิจฉาผู้หญิงที่ตนไม่รู้จักขึ้นมาวาบหนึ่ง และก่อนที่จะห้ามตัวเองได้ทัน เสียงของเขาก็หลุดจากปากตัวเองไปเสียแล้ว
“อังกฤษฮะ ผม...”
“หืม” เจ้าของชื่อหยุดเท้า “อะไรเหรอ อเมริกา”
เขาแทบตะครุบปากตัวเอง ดีที่ยังยั้งมือทัน “ป... เปล่าครับ” เขายังคงยิ้ม “ผ... ผมแค่อยากบอกว่า... ขอบคุณนะครับ... ผมชอบชอคโกแลตมากเลยล่ะ”
ถึงจะนึกฉงนที่อีกฝ่ายพูดตะกุกตะกัก แต่อังกฤษก็ตัดสินใจปล่อยมันไป “งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นคราวหน้าฉันจะซื้อมาฝากอีกนะ เอาล่ะ ไปกันเถอะ”
เขาเก็บชอคโกแลตเข้ากระเป๋า คลี่ยิ้ม และตอบรับ
“ครับ”
กลางดึกคืนนั้น เขาแอบย่องลงไปที่บริเวณสวน
เป้าหมายของเขาอยู่ที่พุ่มดอกกุหลาบ ไปพร้อมกับกรรไกรตัดกิ่งไม้ที่แอบหยิบมาตั้งแต่หลังมื้อเย็น หมายมั่นว่าจะตัดกุหลาบแดงสวยๆ สักสองสามดอกติดมือขึ้นไปให้ใครบางคนที่ตอนนี้อาจกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง และกำลังจะหลับในเวลาไม่นาน
เขาอยากเซอร์ไพรส์อังกฤษด้วยดอกกุหลาบที่ตัวเองให้
เป็นเรื่องลำบากอยู่ไม่ใช่น้อยที่จะเลือกดอกกุหลาบในคืนที่แทบไม่มีแม้กระทั่งแสงจันทร์ ดังนั้น กว่าจะได้ดอกกุหลาบที่ถูกใจ เขาก็โดนหนามทิ่มไปหลายที่เหมือนกัน
เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าบ้าน ดีใจที่ท้ายสุดก็ได้ดอกกุหลาบมาสมใจหวัง ในหัวมีแต่คำพูดของอังกฤษวนไปวนมา
‘กุหลาบเป็นสิ่งที่เหมาะกับผู้ใหญ่’
เขาชอบอังกฤษมาก มากพอที่จะแยกแยะออกจากความชอบแบบเด็กๆ และความชอบในรูปแบบที่เหนือกว่านั้นได้โดยไม่ต้องนึกใคร่ครวญมากมายให้เสียเวลา
ดังนั้น...
เขาจึงไม่อยากเป็นเด็กในสายตาอังกฤษอีกต่อไป
เสียงเคาะประตูบ้านปลุกให้เขาหลุดออกจากภวังค์
ไม่ใช่เรื่องปกติเลยที่เขาจะเหม่อถึงขั้นสะดุ้งเมื่อมีเสียงขัด อเมริกาค้างมองหน้าจอโทรทัศน์อยู่พักใหญ่ ก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัวแกรก และลุกขึ้นจากโซฟาในห้องนั่งเล่นที่บ้านตนเมื่อมีเสียงเคาะประตูดังตามมาอีกระลอก
ระหว่างทางจากห้องนั่งเล่นถึงประตูบ้าน เขานึกถึงความทรงจำครั้งยังเยาว์เมื่อครู่ไปด้วย
ถ้าอเมริกาจำไม่ผิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นคือ เขานำกุหลาบสามดอกไปวางไว้ข้างหัวเตียงของอังกฤษที่นอนหลับไปแล้ว ทิ้งไว้โดยไม่มีข้อความใดๆ แล้วก็วิ่งกลับห้องนอนของตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามอย่างไม่สามารถอธิบายได้ ในใจนึกคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ นานาที่จะเกิดขึ้นในเช้าวันพรุ่งนี้
อังกฤษจะรู้ไหมว่าเขาเป็นคนให้
แล้วอังกฤษจะดีใจไหม
...อังกฤษจะมองเห็นเขาเป็นผู้ใหญ่ขึ้นบ้างหรือเปล่า
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันถัดมา ก็คือความปกติ
อังกฤษยังคงทักทายเขาด้วยรอยยิ้มเดิม ชวนเขาคุยเรื่องสัพเพเหระที่ไม่มีวี่แววจะวนเข้าถึงเรื่องดอกกุหลาบได้เลยสักนิด
และนั่นทำให้อเมริกาถึงขั้นเงียบไปทั้งวัน
มานึกเอาตอนนี้ ตัวเขาเองก็เห็นว่าพฤติกรรมของเขาในตอนนั้นช่างเป็นพฤติกรรมที่เด็กเสียเหลือเกิน แต่จะกลับไปแก้ไขก็ไม่ได้ จึงทำได้แค่หัวเราะขำตัวเองเบาๆ ขณะเปิดประตูบ้านออกต้อนรับแขกผู้มาเยือนยามวิกาล
“อเมริกา ทำไมถึงมาเปิดประตูช้านัก หา!!”
สิ่งแรกที่อังกฤษตะโกนใส่หน้าเขาหลังประตูเปิดก็คือประโยคดังกล่าว พร้อมกับการส่งใบหน้าบึ้งตึงที่ขึ้นสีเรื่อเพราะอากาศหนาวและความฉุนผสมกันมาให้
“ก็ไม่ได้ช้าขนาดนั้นสักหน่อย... ทำตัวเป็นวัยรุ่นใจร้อนไปได้”
เท่านั้นละ อังกฤษก็แทบจะปาของที่พกติดมือมาใส่หน้าอเมริกาทันใด “ถอย! ฉันจะเข้า”
“อ้าว บ้านใครกันแน่เนี่ย...” เขาแสร้งบ่น แต่ก็หลีกทางให้อังกฤษได้เดินเข้าแต่โดยดี ผู้มาเยือนก้าวเท้าฉับๆ เข้าบ้านอย่างคนรู้ทิศทางดี แล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาที่อเมริกานั่งอยู่ถึงเมื่อครู่นี้
“แล้วนี่บุกมาบ้านคนอื่นเย็นย่ำทำไมอะ...”
คนโดนถามส่งสายตาขวางจัดมาให้ “ก็วันนี้มันวันวาเลนไทน์ไม่ใช่เรอะ”
“แล้ว...”
“ถ้าฉันไม่รีบเอาชอคโกแลตมาให้นาย เดี๋ยวนายก็งอนอีกไม่ใช่เหรอไง!”
“ไม่เคยงอนสักหน่อย... ทำไมฮีโร่อย่างฉันจะต้องงอนที่ไม่ได้ชอคโกแลตด้วยล่ะ” บ่นพึมพำจากนั้นจึงตามไปนั่งลงข้างอังกฤษ
ต่างคนต่างเงียบกันครู่หนึ่งกระทั่งฝ่ายคนสูงวัยกว่าเปิดปากพูด
“เอ้า!”
อเมริกามองชอคโกแลตแนบกุหลาบแห้งหนึ่งดอกที่อังกฤษส่งมาให้แบบงงๆ
“โห จะให้กันทั้งที ให้กุหลาบแห้งอย่างนั้นเหรอ อังกฤษ นี่นายจะงกไปถึงไหนเนี่ย” ปากก็ว่าแบบนั้น แต่มือกลับรีบรับมาก่อนที่คนให้จะเปลี่ยนใจเอาไปทิ้งลงถังขยะเพราะความกวนของเขาเสียก่อน
“คนเขาให้ก็ยังจะบ่นอีกนะ...” พอโดนว่าแบบนั้นเข้า คนงอนก็ดูท่าจะกลายเป็นอังกฤษแทน ร่างเพรียวจึงทิ้งตัวให้จมหายไปกับโซฟา พลางกอดหมอนอิงแน่นคล้ายจะฝังหน้าตัวเองให้หายไปกับหมอนมันเสียอย่างนั้น
อเมริกามองท่าทางแบบนั้นแล้วลอบถอนหายใจด้วยความระอา เขาหันไปให้ความสนใจกับของที่ตนเพิ่งได้รับเมื่อครู่ สังเกตเห็นว่ามีการ์ดแนบติดอยู่ด้วยจึงหยิบออกมาอ่านทันที
อังกฤษที่มองเห็นเหตุการณ์นั้นผ่านทางหางตาผุดลุดขึ้นขึ้นเสียงดังทันใด
“เฮ้ย... เดี๋ยวสิ เดี๋ยวเซ่! อย่าอ่านกันต่อหน้าต่อตาแบบนี้ได้ไหมเล่า”
แม้อีกฝ่ายจะโวยวายขนาดไหน อเมริกาก็ยังไม่สะทกสะท้าน ซ้ำยังอ่านออกเสียงหน้าตาเฉย “สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ เจ้าเด็กบ้า! …โหย ขนาดการ์ดก็ยังจะว่าอีกเหรอ นายเนี่ย” เขาแกล้งบ่นงึมงำ “กุหลาบดอกนี้ มีเด็กที่ไหนก็ไม่รู้แอบมาให้เมื่อนานมากแล้ว พอดีเก็บกวาดเจอเข้า ไม่อยากให้เสียของ เลยเอามาให้น่ะ... อย่าเข้าใจผิดคิดว่ามีความหมายอะไรแอบแฝงล่ะ!”
ทั้งคู่เงียบกันไปอีกพักใหญ่
“ก... ก็อย่างที่ว่าแหละ อย่าเข้าใจอะไรผิดไปล่ะ ฉันไม่ได้เก็บมันเอาไว้อย่างดีตลอดหรอกน่ะ ก็แค่เผลอวางๆ เอาไว้ในหนังสือจนมันแห้ง แล้วบังเอิญไปค้นเจอเท่านั้นล่ะ” อังกฤษรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน ท่าทางพิรุธจนคนที่ตอนแรกไม่ทันได้คิดอะไรมากชักจะเริ่มคิดตามไปแล้วเหมือนกัน
“แสดงว่าเก็บเอาไว้ตลอดเลยสินะ...”
ความคิดที่ทำให้รอยยิ้มกว้างระบายขึ้นบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ กระทั่งรู้สึกว่าดีใจออกนอกหน้าแบบนี้มันเสียฟอร์มชัดๆ นั่นละ เขาถึงได้หุบยิ้มทันที
แต่ฝ่ายที่เสียฟอร์มยิ่งกว่าก็คืออังกฤษ และนั่นเป็นสาเหตุให้ตอนนี้อังกฤษกำลังอาละวาดเพราะการ์ดตัวเองไม่หยุดหย่อน
“ก็บอกว่าไม่ใช่ไงเล่า!”
“ไม่ต้องเขินน่าลุง มันสายไปแล้วล่ะ เพราะนายพูดออกมาเองหมดเลยนี่นา”
“เจ้าเด็กบ้า!”
ถึงแม้ว่าเรื่องเมื่อครั้งตอนเด็กของเขาจะจบลงไม่ดีสักเท่าไรนัก
แต่ในที่สุด...
ตอนนี้ เขาก็ได้กุหลาบมาไว้ในครอบครอง
END.
------------------------------------...
postscript;
- ช่วงนี้หนีความจริงอย่างมากฮะ แต่ถึงจะบอกว่าหนีความจริงก็ตาม มันก็เป็นช่วงระยะสุดท้ายแล้วล่ะ เลยรู้สึกว่าจะปล่อยตัวเองมาเขียนฟิคก็คงไม่เป็นไรหรอกเนอะ...
- จริงๆ แล้วฟิคเรื่องนี้เป็นฟิควันวาเลนไทน์ฮะ ซึ่งก็ได้พล๊อตมาตั้งแต่ก่อนวันวาเลนไทน์พอสมควรเสียอีก แต่ประสบกับโรคเลื่อนสารพัด จนกระทั่งวันนี้มันทนไม่ไหวแล้ว อยากจะแต่งฟิคให้สมกับที่หายอยาก มันจึงได้ออกมาฮะ
- สารภาพตามตรงคือ จำพล๊อตที่คิดได้ตอนแรกไม่ได้ (ฮา) จำได้แต่ว่าตอนแรกมัน angst ส่วนปัจจุบัน... โรแม้งไปแล้วล่ะ "orz
แล้วพบกันใหม่นะฮะ
หวังว่าจะเป็นในเร็ววัน (ฮา)
ปอลอว์
สถานการณ์แอนโธตอนนี้: 44%
คาดว่าหลังแต่งฟิคเรื่องนี้เสร็จแล้ว จะมีกำลังวังชาในการปั่นเพิ่มขึ้น... หวังว่านะฮะ
(แต่ตั้งใจว่าจะให้จบอาทิตย์นี้ล่ะ... ต้องจบอาทิตย์นี้สิ TwT)









